[Fic]::IS LOVE::[KM]-Special-
posted on 28 Sep 2009 00:31 by story-sunn in KYUMIN-FICTION
SPACIAL IS LOVE
Title :EVERYTHINGS I DO IS LOVE
Couple : Cho Kyuhyun x Lee Sungmin
กลิ่นช๊อกโกแลตหอมกรุ่นลอยคละคลุ้งอยู่ทั่วห้องครัวสีขาวสะอาดตา เสียงเครื่องครัวกระทบกันดังสลับกับเสียงคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นดูจะเป็นที่คุ้นตาสาวใช้ประจำห้องครัวของบ้านตระกูลโจในช่วงนี้
คุณหนูอาราของพวกเธอดูจะชอบอกชอบใจกับคู่หูเบเกอรี่คนใหม่เหลือเกิน ทุกครั้งที่คุณซองมินมาค้างที่บ้านเธอจะต้องลากเอาลูกชายคนใหม่ของบ้านโจเข้าครัวเพื่อทำขนมหวานที่เธอลงทุนไปเรียนเพิ่มเติมในช่วงวันสุดสัปดาห์
"มาแล้วค่ะ เค้กช๊อกโกแลตสูตรโลวแฟต" ร่างบางระหงที่เดินนำหน้าอีซองมินออกมาจากห้องครัวส่งเสียงเบิกทางมาแต่ไกล คนรักของคยูฮยอนประคองถาดเค้กช๊อกโกแลตวางลงบนโต๊ะตัวสวยในห้องนั่งเล่นด้วยความระมัดระวัง
ก่อนที่โจอาราจะเป็นคนตักเค้กแบ่งให้กับทุกคน หญิงสาวแบ่งเค้กไว้ส่วนหนึ่งสำหรับอิมดาจองเช่นทุกครั้ง แล้วจึงเริ่มลงมือทานพร้อมกับขอความเห็นของคุณแม่คนสวยและน้องชายสุดที่รักไปด้วย
"ผมว่าพี่ไม่ได้ทำหรอก ยืนดูซองมินทำมากกว่า" เมื่อรู้สึกว่าเค้กที่ทานเข้าไปดูจะอร่อยมากกว่าวันไหนๆ คนที่ทำได้แค่กวนประสาทพี่สาวเล็กๆน้อยๆจึงแสดงความคิดเห็นอย่างไม่กลัวตาย โจอาราหรี่ตามองคนพูดก่อนจะยิ้มหวาน
"แน่นอน เพราะว่าฉันให้กำลังใจตอนที่แฟนฉันทำเค้ก มันถึงได้ออกมาหวานแบบนี้ไง" คนเป็นน้องวางช้อนลงบนจานแบ่งเค้กใบสวยพร้อมกับพ่นลมออกจมูกแรงๆ
" มันขมไป ไม่เห็นจะอร่อย" โจอาราทำท่าแบมือยักไหล่ไม่สนใจคนที่บอกว่าเค้กไม่อร่อยแต่จานตรงหน้ากลับเกลี้ยงวับ หญิงสาวหันไปหามารดาที่กำลังนั่งคุยกับซองมินเกี่ยวกับหนังสือนิยายเล่มใหม่ที่ท่านซื้อลิขสิทธิ์มาจากฝั่งยุโรปแล้วมอบหมายให้ซองมินเป็นผู้แปลและเรียบเรียงเป็นภาษาเกาหลี
"คุณแม่คะ แล้วเรื่องงานเปิดตัวพ๊อกเกตบุ๊คเล่มใหม่ของคุณคิมฮีจินละคะ" คุณคิมฮีจินคือสตรีแถวหน้าในวงการน้ำหมึกของเกาหลี เธอเป็นนักเขียนอันดับหนึ่งในเครือบริษัทโจกรุ๊ป
ทุกครั้งที่มีการเปิดตัวหนังสือของเธอ คนดังทั้งหลายจะแห่กันมาร่วมงานอย่างคึกคักและงานนี้โจอาราก็ได้รับมอบหมายให้เป็นแม่งานโดยตรง
"คงต้องไปกันหมด คราวที่แล้วแม่ติดงานที่ญี่ปุ่น ครั้งนี้เลยพลาดไม่ได้" อีซองมินพยักหน้ารับเมื่อคุณแม่ของคนรักหันมาสบตากับเขาราวกับจะบอกเป็นนัยๆว่าซองมินเองก็ต้องไป
"งานเริ่มกี่โมงครับ" เมื่อเห็นว่างานนี้คงต้องไปกันทั้งบ้าน คนที่ไม่คิดจะสนใจงานประเภทนี้จึงเอ่ยถามขึ้นมา
"ทุ่มตรง คราวนี้ธีมหนังสือเป็นเรื่องเกี่ยวกับความลึกลับ งานเลยเริ่มค่ำๆ" ชายหนุ่มหรี่ตามองเมื่อพี่สาวคนสวยเลื่อนการ์ดขนาดเดียวกับบัตรเครดิตมาตรงหน้า
"ร้านตัดชุด ฉันนัดไว้ให้เธอแล้ว พรุ่งนี้พาซองมินไปด้วย เวลานัดอยู่ด้านหลัง วันงานเอาให้หล่อนะ แบบนี้ฉันไม่กล้าบอกคนอื่นว่าเป็นน้องชายเลยจริงๆ" ซองมินหลุดขำกับคำพูดของคุณโจคนพี่เสียจนคุณโจคนน้องต้องหันมามองด้วยรอยยิ้มเย็น
"อะไร .. โจคยูฮยอนเธออย่ามามองแฟนฉันด้วยสายตาแบบนี้นะ" โจคยูฮยอนกดยิ้มให้ลึกกว่าเดิมเมื่อได้ยินประโยคนั้นจากพี่สาว
ชายหนุ่มโน้มตัวเข้าไปหาคนที่นั่งข้างๆ กดจมูกลงกับแก้มเนียนนุ่มของซองมินโดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่ทันได้ตั้งตัว แถมด้วยการยักคิ้วใส่ตาทั้งโจอาราและแฟนหนุ่มของเธอ
พวงแก้มเนียนใสที่เพิ่งถูกขโมยความหอมขึ้นสีแดงปลั่ง ซองมินทั้งเขินทั้งอายเพราะไม่คิดว่าโจคยูฮยอนจะกล้าหอมแก้มเขาต่อหน้าคุณแม่และพี่สาว คนตัวเล็กก้มหน้างุดเพราะทำอะไรไม่ถูก เห็นแบบนั้นคนทำก็ยิ่งได้ใจ ก็ลองว่าอยู่กันสองสิรับรองว่ามีกำปั้นเล็กๆสวนมาแน่ๆ
โจอาราอมยิ้มเอ็นดูกับท่าทางเขินอายของซองมินไม่ต่างจากมารดา หญิงสาวฟาดมือลงบนต้นแขนน้องชายที่บังอาจทำให้น้องชายตัวเล็กของเธอกลายเป็นมะเขือเทศสุก คราวนี้โจคยูฮยอนจึงเป็นฝ่ายทำท่าแบมือยักไหล่บ้างแถมยังลอยหน้าลอยตาละเลียดเค้กต่ออย่างอารมณ์ดี..
ชายหนุ่มยื่นหน้าไปกระซิบที่ข้างหูพี่สาวหลังจากส่งเค้กคำสุดท้ายเข้าปากไปแล้ว
"ก็ใครบอกให้แฟนพี่น่ารักล่ะ..ช่วยไม่ได้"
..
....
ซองมินโบกมือบายๆกล้องตัวเล็กที่ติดอยู่กับจอคอมพิวเตอร์เครื่องหรูในห้องนอนคุณโจคนน้อง หลังจากทานเค้กพร้อมๆกับฟังสองพี่น้องปะทะคารมกันจนพอใจสมาชิกชมรมคนรักเค้กจึงแยกย้ายกันเข้าห้องนอนตัวเอง
และเมื่อเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อทำงานที่ค้างไว้คนตัวเล็กก็พบว่าคุณหนูชิอากิกำลังทักทายเข้ามาในโปรแกรมคุยข้ามโลกอัจฉริยะ หญิงสาวยิ้มจนแก้มปริตอนที่เธอบอกข่าวดีกับซองมินว่ากำลังตั้งครรภ์
หลังจากถามไถ่สารทุกข์สุขดิบไม่นานคุณเคนก็มาตามเธอไปแช่น้ำอุ่นตามคอร์สเตรียมพร้อมสำหรับคุณแม่มือใหม่
ซองมินยิ้มร่าเมื่อทำงานเสร็จไปอีกส่วน คนตัวเล็กจัดการปิดคอมพิวเตอร์และสำรวจปลั๊กไฟเมื่อเห็นว่าเรียบร้อยดีแล้วจึงพาตัวเองไปที่เตียงนอนหลังใหญ่ มือเล็กยื่นไปสะกิดไหล่คนที่นั่งอ่านหนังสือบนเตียงเงียบๆ ร่างสูงเงยหน้ามองซองมินผ่านแว่นตากรอบดำด้วยรอยยิ้มบาง
"แปรงฟันก่อนนอนหรือยังครับ" ชายหนุ่มพยักหน้าเบาๆ เห็นดังนั้นซองมินจึงเดินเข้าห้องน้ำไป เมื่อทำธุระเสร็จแล้วคนตัวเล็กจึงคลานขึ้นเตียงด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
"มีความสุขอะไรมากมาย"โจคยูฮยอนวางหนังสือลงบนโต๊ะตัวเล็กข้างเตียง หรี่ไฟให้มืดลงอีกนิดแล้วจึงหันมาให้ความสนใจกับคนที่มุดเข้าไปในผ้าห่มผืนนุ่ม
"ฮยอง.."
"หือม์...ว่าไงครับ"
"คุณชิอากิเธอกำลังจะมีน้องแล้วนะครับ"อีซองมินพลิกตัวเปลี่ยนเป็นนอนคว่ำอยู่ในผ้าห่ม แล้วโผล่มาเพียงใบหน้ากลมอิ่ม
"จริงหรือ..แบบนี้ต้องโทร.ไปแสดงความยินดีกับคุณเคนอิจิหรือเปล่า" คนน่ารักพยักหน้ารัวๆ
"แน่นอนสิครับ คุณเคนกำลังจะเป็นพ่อคนแล้วนี่นา.."
"งั้นพรุ่งนี้แล้วกันนะ คืนนี้ได้เวลานอนแล้ว" ว่าจบฮยองของซองมินก็ขยับไปปิดโคมไฟสีสวยแล้วจึงล้มตัวลงนอน ร่างสูงสอดแขนเข้าไปกอดคนรักไว้แนบอก กดจมูกลงบนกลุ่มผมนุ่มเบาๆ
"ฝันดีนะซองมิน" อีซองมินยื่นหน้าไปจุ๊บแก้มคนใจดีเร็วๆเช่นทุกที
"ฝันดีเหมือนกันครับฮยอง.."
...
....
พนักงานหญิงหลายคนที่ยืนรอลิฟท์ที่ชั้นล่างของบริษัทกำลังแอบยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เพราะไม่บ่อยนักที่ผู้บริหารระดับสูงอย่างคุณโจคยูฮยอนจะมารอลิฟท์ตัวเดียวกันกับพวกเธอ
วันนี้พนักงานจากบริษัทที่เป็นผู้ติดตั้งลิฟท์มาทดสอบประสิทธิภาพของลิฟท์แต่ละตัวประจำไตรมาสและลิฟท์ของผู้บริหารก็กำลังถูกทดสอบในเวลาเดียวกันกับที่ทายาทคนเล็กของบริษัทกลับมาจากข้างนอก
ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆพร้อมกับโค้งตัวตอบพนักงานหลายคนที่เข้ามาทำความเคารพ ร่างสูงเปิดโอกาสให้พนักงานหญิงหลายคนเข้าไปใช้ลิฟท์ก่อนอย่างไม่ถือตัว โจคยูฮยอนกวาดสายตาสำรวจไปทั่วชั้นล่างของบริษัทในขณะที่ยืนรอลิฟท์แล้วก็ไปสะดุดกับร้านกาแฟเล็กๆ
ริมฝีปากหยักวาดเป็นรอยยิ้มเมื่อฉุกคิดได้ว่าน้องสาวตัวโตชอบดื่มแคฟเฟลาเต้ของร้านนี้ ขายาวพาเจ้าของมุ่งไปยังร้านนั้นเพื่อสั่งกาแฟแก้วโปรดให้กับอิมดาจองแถมด้วยเค้กฟักทองอีกสองชิ้นสำหรับอีซองมินแล้วจึงฝากฝังเด็กในร้านไปส่งให้คนทั้งคู่
เมื่อกลับมาที่ลิฟท์ตัวเดิมเขาก็พบว่าพี่สาวคนสวยกำลังรอลิฟท์อยู่พร้อมกับเลขาส่วนตัว คุณฮันทักทายชายหนุ่มก่อนจะเริ่มบทสนทนาเกี่ยวกับกีฬาขี่ม้าที่ทั้งคู่ชื่นชอบเหมือนกัน ถ้าหากมีเวลาว่างตรงกันโจคยูฮยอนกับเลขาส่วนตัวของโจอารามักจะไปสนามขี่ม้าด้วยกันเสมอ
"งานเปิดตัวหนังสือคุณคิมฮีจิน คุณฮันได้รับบัตรเชิญแล้วใช่ไหมครับ" เลขามือหนึ่งของโจอาราพยักหน้ายิ้มๆ
"ครับ..ได้แล้ว คุณอาราเธอจัดการให้เรียบร้อยเลย" คนถูกพาดพิงบู้ปากแต่ก่อนที่จะได้โต้ตอบลิฟท์ก็มาถึงพอดี โจคยูฮยอนพยักเพยิดให้พี่สาวเข้าไปก่อนแล้วจึงตามเข้าไปพร้อมกับเลขาส่วนตัวของเธอ
"แล้วคุณฮันต้องไปตัดชุดหรือเปล่าครับ"
"ไม่จำเป็น คนนี้เขาดูดีอยู่แล้ว ไม่เหมือนเธอหรอก" คนที่ดูดีอยู่แล้วอมยิ้มกับประโยคให้กำลังใจน้องชาย(?)ของพี่สาวคนสวยแล้วจึงเลื่อนมือไปแตะข้อศอกหญิงสาวเมื่อตัวเลขในลิฟท์วิ่งไปถึงชั้นที่ต้องการ
"อย่าลืมพาซองมินไปร้านตัดชุดล่ะ" คนเป็นน้องพยักหน้าน้อยๆเมื่อพี่สาวหันมาเตือนทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกจากลิฟท์แล้วจึงแยกตัวเข้าห้องทำงานไป..
...
.......
"พี่ซองมินเป็นอะไรคะ"เด็กสาวตัวโตเลื่อนตัวออกมาจากทางเดินระหว่างชั้นหนังสือเมื่อเห็นว่าพี่ชายตัวเล็กหัวเราะคิกคักอยู่กับนิตยสารรายเดือนหัวนอกฉบับล่าสุด ซองมินกวักมือเรียกอิมดาจองเข้ามาใกล้แล้วจึงเคาะลงบนรูปเล็กๆในคอลัมน์หนึ่งของหนังสือ
"พี่ชายดาจองเป็นข่าวอีกแล้ว" คราวนี้อิมดาจองเลยชะโงกตัวเข้ามาอ่านความเป็นไปในข่าวเสียหน่อย ก็ช่วงนี้พี่คยูฮยอนของเธอเป็นข่าวกับสาวๆบ่อยซะจนเธอไม่รู้จะวิตกจริตกับข่าวไหนดี
ช่วงก่อนที่ไปประชุมที่ญี่ปุ่นก็มีคนเก็บภาพพี่ชายเธอได้ในขณะที่เดินเข้าโรงแรมที่พักพร้อมกับลูกสาวนายธนาคารชื่อดัง
ครั้งนี้เป็นภาพจากประเทศแถบยุโรปในตอนที่ไปดูงานเมื่อสองสามอาทิตย์ก่อน คอลัมนิสต์ดูจะรู้จักกับหญิงสาวที่เป็นข่าวกับพี่ชายเธอเมื่ออ่านจากสำนวนการเขียน เธอเล่าว่าเธอไปพบทั้งสองคนกำลังนั่งรำลึกความหลังในร้านอาหารชื่อดัง แถมยังทิ้งท้ายให้ทายว่าคนทั้งคู่คนพบกันด้วยความบังเอิญหรือจงใจ
ผู้ชายในภาพเป็นพี่คยูฮยอนที่เธอรู้จักแน่ๆและแม่สาวคนนั้นเธอเองก็รู้จัก อี มินอา ดาราสาวที่กำลังโด่งดังมาจากภาพยนตร์รักโรแมนติกแห่งปี ดูเหมือนช่างภาพจะเก็บบรรยากาศรำลึกความหลังของทั้งสองคนได้จากร้านอาหารเล็กๆใกล้โรงแรมที่พัก
เธอเพิ่งรู้ว่าอีมินอา เรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยเดียวกันกับพี่คยูฮยอน
"คราวนี้ข่าวดูจะมีมูลแฮะ" อิมดาจองหันไปมองหน้าคนพูด แล้วก็นิ่งไป ..ก็นั่นแหละ จะให้ดาจองพูดอะไรได้ เพราะสายตาของพี่ซองมิน..เธอไม่เคยคาดเดาได้เลย
"อาจจะบังเอิญไปเจอกันก็ได้นี่คะ..สองคนนั้นน่ะ" ในที่สุดอิมดาจองก็หาเสียงตัวเองเจอ เด็กสาวแสดงความคิดเห้นกับภาพนั้น คราวที่แล้วตอนไปญี่ปุ่น ผู้หญิงคนนั้นเป็นเพื่อนของพี่ซองมิน พี่ชายตัวเล็กเป็นคนโทรนัดให้เธอไปหาพี่คยูฮยอนเพื่อเอาของฝากจากเกาหลี แต่คราวนี้..สงสัยว่าพี่ซองมินจะไม่รู้เรื่องมาก่อน
พี่ชายตัวเล็กของดาจองคลี่ยิ้มขบขันกับน้ำเสียงวิตกกังวลเกินเหตุ อีซองมินปิดหน้าหนังสือลงก่อนจะฝากร้านไว้กับอิมดาจองแล้วกลับขึ้นไปทำงานที่ชั้นสอง
ตอนนี้คุณเจ้าของร้านเธอให้ช่างมาต่อเติมห้องทำงานใหม่สำหรับคุณนักเขียนคนเก่ง ห้องทำงานเล็กๆถูกกั้นเป็นสัดส่วนแยกออกมาจากมุมอ่านหนังสือของลูกค้าประจำ ห้องทำงานที่คุณเจ้าของร้านลงทุนออกแบบด้วยตัวเอง..
...
.....
ซองมินยืนมองตัวเองในกระจก ชุดสูทสากลสีขาวแบบเรียบดูจะเข้ากันได้ดีกับผมสีน้ำตาลอ่อนไม่น้อย คนตัวเล็กคลี่ยิ้มเมื่อประตูห้องลองชุดถูกเปิดออก ซองมินกางแขนให้คนที่เพิ่งเข้ามา สำรวจความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกาย แล้วกวาดสายตาพิจารณาอีกฝ่ายที่อยู่ในชุดสูทสีเทาโดดเด่นที่ดูจะเข้ากับร่างสูงโปร่งได้เป็นอย่างดี
คุณเจ้าของร้านของซองมินไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ยังคงดูดีเสมอ ..ภาพผู้ชายตัวโตกับท่าทางเหนื่อยอ่อนจากการทำงานผ่านเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง ขนาดอยู่ในชุดทำงานธรรมดาพร้อมกับหน้าตายุ่งเหยิงยังดูดีขนาดนั้น.. แล้ววันงานเปิดตัวหนังสือจะฮือฮาขนาดไหนกันนะ..
"จะไม่พูดอะไรหน่อยหรือครับ" คนตัวเล็กถามขึ้น เมื่อเห็นว่าถูกจ้องอยู่นานเกินไป
"ไม่รู้จะพูดอะไร"
"ทำไมครับ ผมไม่หล่อหรือไง" คนถูกถามพ่นลมออกจมูก คยูอยอนอยากจะบอกเหลือเกินว่าปากนิดจมูก
หน่อยแบบนี้แถวบ้านตระกูลโจเรียกว่าน่ารักมากกว่าจะหล่อนะครับ
"ไม่นะ ..ไม่หล่อ" ซองมินทำตาโตพร้อมกับบู้ปาก ขนาดนี้ไม่หล่อ แล้วใครจะหล่อครับคุณเจ้าของร้าน อีซองมินเบะปากใส่คนพูด ค้อนฟ้าค้อนฝนบ่นว่าคนที่ยืนอมยิ้มอยู่ในใจ..แต่อยู่ๆคนถูกว่าไม่หล่อก็เซเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของคอมเมนเตเตอร์ส่วนตัว
"ไม่หล่อ แต่ละสายตาไม่ได้เลยล่ะ.."คนตัวเล็กอมยิ้มกับบ่ากว้าง แล้วจึงยกแขนโอบรอบเอวอีกฝ่ายไว้บ้าง
"โอเค..ถ้างั้นไม่หล่อก็ได้ครับ.."
...
.......
เสียงพูดคุยดังไปทั่วบริเวณงานเปิดตัวหนังสือของคุณนักเขียนชื่อดัง คนดังจากหลายๆวงการต่างมารวมตัวกันในงานนี้ด้วยจุดประสงค์แตกต่างออกไป หลายคนต้องการแสดงตัวว่าเป็นแฟนตัวยงของคุณคิมฮีจิน และอีกหลายๆคนที่เข้าร่วมงานเพียงเพราะต้องการเปิดตัวทายาทในตระกูล
ซองมินเดินไปเรื่อยๆในบริเวณงานเพื่อสำรวจความเรียบร้อยตามหน้าที่ที่ได้รับหมอบหมาย วันนี้นอกจากคุณฮันแล้วอีซองมินก็เป็นผู้ช่วยของโจอาราอีกคน หญิงสาวอยู่ในชุดแซ็กสีน้ำเงินเข้มที่ยังคงคอนเซ็ปเรียบร้อยแต่หรูหรา ผมสีดำสนิทถูกปล่อยให้ยาวสยายคลอเคลียกับแผ่นหลังสีน้ำนม
ทั้งที่เป็นคนวางคอนเซ็ปของงานให้ดูลึกลับ แต่คุณพี่สาวคนสวยกลับเลือกชุดสูทสีขาวสะอาดตาไว้สำหรับซองมินโดยที่เจ้าตัวไม่มีโอกาสได้ซักถาม
และเมื่องานใกล้จะเริ่มซองมินก็เห็นว่าคุณชายคนเล็กของตระกูลโจเดินเข้างานมาพร้อมกับมารดา ซองมินแอบเห็นว่าหญิงสาวที่มาร่วมงานหลายคนเดินเข้าไปทักทายชายหนุ่มหลังจากที่เขาพามารดาไปส่งที่โต๊ะหน้าสุด
โจคยูฮยอนพยายามจะเดินมายังที่ที่ซองมินยืนอยู่แต่ด้วยมารยาทที่ถูกสอนมาเป็นอย่างดีเขาจึงจำเป็นต้องแวะทักทายคู่แม่ลูกหลายๆคู่ที่เข้ามาชวนคุย
จนในที่สุดชายหนุ่มก็ต้องยอมแพ้และขอตัวกลับไปนั่งกับมารดาดังเดิม
"ดูท่าพระเอกของเราจะรับศึกหนักพอดูนะครับ" เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลังซองมิน ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสากลสีน้ำตาลเข้มกำลังส่งยิ้มมาให้เขา ซองมินยิ้มรับก่อนจะโค้งตัวขอบคุณเมื่อมือหนายื่นแก้วน้ำมาตรงหน้า
"ขอบคุณครับ"
"ไม่เป็นไรครับ แล้วนี่คุณซองมินเหนื่อยมากหรือเปล่า ไปนั่งก่อนไหมครับ"
"ไม่เป็นไรครับ"
"ทนหน่อยละกันละครับ หลังจากสัมภาษณ์เสร็จก็ไม่มีอะไรแล้วล่ะ"
"แล้วพี่อาราละครับ" เลขาของคุณโจคนพี่พยักเพยิดให้ซองมินมองขึ้นไปบนเวทีแล้วคนตัวเล็กก็ต้องส่ายหน้ายิ้มๆ โจอาราช่างเป็นผู้หญิงที่ทำอะไรรวดเร็วทันใจเสียจริง เมื่อครู่เขายังเห็นว่าพี่สาวของคุณคยูฮยอนเดินไปเดินมาอยู่แถวๆที่เขายืนอยู่แต่ตอนนี้เธอกลับไปยืนอยู่บนเวทีเสียแล้ว
"สวัสดีค่ะทุกท่าน..."เสียงหวานใสที่เปล่งออกมาดูจะเข้ากับใบหน้าที่สวยโดดเด่นกว่าใครๆ หญิงสาวกล่าวต้อนรับแขกที่มาร่วมงานและเชิญคุณคิมฮีจินขึ้นไปบนเวที งานนี้โจอาราลงทุนเป็นพิธีกรด้วยตัวเองหญิงสาวเตรียมทุกอย่างด้วยความรอบคอบ..
และนี่คือสิ่งที่โจอาราและอีซองมินเหมือนกัน..ทั้งคู่นิยมความสมบูรณ์แบบ
หลังจากที่เสร็จสิ้นการสัมภาษณ์เกี่ยวกับหนังสือ ก็ได้เวลาของงานเลี้ยงอย่างเป็นทางการ เสียงซุบซิบดังมาจากกลุ่มสาวๆที่ยืนจิบน้ำผลไม้ผสมแอลกอฮอล์ เรื่องที่พวกเธอคุยกันคล้ายจะเป็นเรื่องของคนที่ซองมินรู้จักเป็นอย่างดี
หัวข้อบทสนทนาที่มักจะแวะเวียนเข้าไปใกล้กับชายหนุ่มร่างสูงที่เดินควงแขนกับมารดาเพื่อทักทายคนรู้จักไปทั่วงาน ซองมินอมยิ้มเมื่อได้ยินพวกเธอแอบพนันกันว่าคืนนี้ใครจะได้ควงผู้ชายคนนั้นออกจากงานเลี้ยง
"คุณคยูฮยอนจำน้องยอนอาได้หรือเปล่าคะ"เสียงที่แทบจะเรียกได้ว่าดัดให้หวานลอดออกมาจากริมฝีปากผู้เป็นแม่ของนางสาวคิมยอนอา
หญิงสาวเจ้าของชื่ออมยิ้มเอียงอายรอคอยคำตอบของรุ่นพี่ร่วมโรงเรียนที่เธอเคยหมายปอง ผ่านไปกว่าสิบปีแล้วที่เธอไม่เคยได้เจอรุ่นพี่โจคยูฮยอนจนกระทั่งเมื่ออาทิตย์ก่อนคุณแม่มาบอกเธอว่าต้องการให้ไปทำความรู้จักกับลูกชายคนเล็กของตระกูลโจ
ใบหน้าหล่อเหลาขอรุ่นพี่ร่วมโรงเรียนจึงลอยเข้ามาในความทรงจำ หญิงสาวแทบจะอดทนรอให้ถึงวันงานไม่ไหว ยิ่งช่วงนี้เขามีข่าวซุบซิบกับใครหลายๆคนก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกอยากพาตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้อง เธอคิดว่าการได้เป็นข่าวกับโจคยูฮยอนช่างเป็นความพิเศษที่หญิงสาวหลายคนต้องการ
"ขอโทษครับ แต่ผมจำคุณยอนอาไม่ได้เลย"รอยยิ้มหวานเชื่อมดูจะฝืดเฝื่อนลงทันทีเมื่อได้ยินประโยคที่แสนจะจริงใจนั้น แต่ด้วยจริตที่ถูกสอนมาอย่างดีทำให้หญิงสาวต้องยิ้มรับหน้าชื่นแล้วกล่าวคำว่าไม่เป็นไร
"นั่นสิคะ ยอนอาว่าพี่คยูฮยอนไม่น่าจำยอนอาได้ เพราะเราห่างกันตั้งสามปี แล้ว ม.ต้นกับม.ปลายเวลาเรียนก็แทบจะไม่ตรงกันเลย ไม่แปลกหรอกค่ะที่เราจะจำกันไม่ได้"โจคยูฮยอนกระตุกยิ้มกับคำอธิบายที่ได้รับ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป
นั่นสินะ..ไม่แปลกที่จะจำไม่ได้ แต่แปลกที่เขาไม่เคยรู้เลยว่าเธอมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ด้วย
ชายหนุ่มออกจะขำกับความคิดของตัวเองอยู่ไม่น้อย หญิงสาวยังคงพยายามชวนเขาคุยในขณะที่มารดาของเธอเริ่มบทสนทนากับมารดาของเขา
สายตาของคยูฮยอนไม่ได้หยุดมองที่คู่สนทนาเท่าไรนัก ร่างสูงยังคงสนุกกับการมองตามอีซองมินไปทุกที่ เขาคิดไม่ผิดจริงๆที่แอบไปกระซิบให้โจอาราเลือกชุดสีขาวให้ซองมินใส่คืนนี้ เพราะไม่ว่าเจ้าตัวจะเคลื่อนกายไปตรงไหนของงานเขาก็จะหาซองมินเจออยู่ดี
คนตัวเล็กดูจะมีความสุขกับงานที่พี่สาวเขามอบหมายให้ทำ ใบหน้ากลมอิ่มมีรอยยิ้มตลอดเวลาที่หยุดแวะทักทายคนที่จำได้ว่านี่คือเจ้าขอบทประพันธ์ภาพยนตร์รักโรแมนติกแห่งปี
รอยยิ้มที่ฉายชัดออกมาจากดวงตาคมหวานทำให้คนที่เป็นคู่สนทนาของคุณชายคนเล็กเผลอคิดเข้าข้างตัวเองไปไกล แต่ก่อนที่หญิงสาวจะได้เผลอคิดไปถึงขั้นที่ว่าอีกฝ่ายมีใจให้วิมานของเธอก็ถูกดาราสาวที่เพิ่งมาถึงงานกระชากลงมา อีมินอาถือวิสาสะคล้องแขนตัวเองเข้ากับแขนของโจคยูฮยอนทันทีที่หล่อนก้าวเข้ามายืนเคียงข้างเขา
ชายหนุ่มดูจะตกใจไม่น้อยกับการกระทำนั้นแต่ก็ยังพอมีสติปั้นหน้าให้เรียบนิ่งดังเดิม มารดาของโจคยูฮยอนเหลือบตามองการกระทำของคนมาใหม่ก่อนจะยิ้มรับเมื่อเธอโค้งตัวทำความเคารพ
วงสนทนาเล็กๆเริ่มเป็นที่สนใจเมื่อคนดังจากทุกวงการแทบจะมารวมกันที่นี่ นักข่าวหลายสำนักพยายามเก็บภาพที่คิดว่าพรุ่งนี้จะเป็นข่าวฮือฮาของวงสังคมไฮโซ เมื่ออีมินอากล่าวทักทายทุกคนด้วยรอยยิ้มหวานหยด
คนมาใหม่ดูจะมีภาษีดีกว่ามากจนคิมยอนอารู้สึกได้ เธอรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าเมื่อคนที่กำลังควงแขนรุ่นพี่ที่เธอหมายปองส่งสายตาท้ายทายมาให้
"มินอาเสียใจจริงๆค่ะ ที่มาสาย คยูฮยอนรอนานหรือเปล่าคะ" โจคยูฮยอนมองหน้าคนถามด้วยแววตาสงสัย เขาจำได้ว่าไม่เคยนัดกับใครไว้และตอนนี้เขาเองก็ไม่รู้วิธีการรับมือกับผู้หญิงสองคนที่กำลังยืนต่อตากันอย่างเอาเป็นเอาตาย
"คยูฮยอน .. "เสียงทรงอำนาจจากมารดาเรียกให้ชายหนุ่มสนใจ โจคยูฮยอนค่อยๆปลดแขนออกจากอีมินอาแล้วขยับเข้าไปมารดา
"ไปตามพี่สาวของลูกกับซองมินมาหาแม่ทีนะ" ชายหนุ่มรับคำอย่างรวดเร็วแล้วมุ่งหน้าไปหาพี่สาวทันที คยูฮยอนนึกดีใจที่ในที่สุดเขาก็หลุดพ้นออกมาจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัดได้ถึงแม้จะเป้นช่วงเวลาสั้นๆก็ยังดี
ผ่านไปชั่วครู่ร่างสูงจึงกลับมาร่วมวงสนทนาพร้อมกับพี่สาวคนสวยและอีซองมิน โจอาราเหยียดยิ้มน้อยๆเมื่อพบว่าใครยืนอยู่ในวงสนทนาด้วย ในขณะที่อีมินอาพยายามยิ้มตามมารยาทไปให้พี่สาวของโจคยูฮยอน
คุณดาราสาวรู้สึกขัดใจเล็กน้อยที่พบว่าเธอไม่ได้สวยที่สุดในงาน เพราะแม้แต่ตัวเธอเองก็ยังต้องยอมรับว่า รัศมีความงามของโจอารานั้นโดดเด่นกว่าใครๆในที่นี้ แล้วในที่สุดทุกคนในวงสนทนาก็ต้องหันมาให้ความสนใจกับคนที่มาใหม่แทนที่จะเป็นอีมินอา
"คุณแม่ให้น้องไปตามหนู มีอะไรหรือเปล่าคะ"
"งานเรียบร้อยดีใช่ไหมลูก" หญิงสาวยิ้มหวานตอบรับมารดา
"ค่ะ เรียบร้อยดี โชคดีจริงๆค่ะที่ได้ซองมินมาช่วย" มารดาของโจคยูฮยอนคลี่ยิ้มกับคำตอบนั้น คุณนายเธอกวาดสายตาไปรอบๆก่อนจะหยุดตรงชายหนุ่มร่างเล็กที่ยืนเคียงข้างลูกชายของเธอ มือบางเอื้อมไปดึงเอาซองมินมายืนข้างๆ
"ซองมิน..รู้จักกับคุณคิมไว้นะ ส่วนคนนี้ก็คุณอีมินอา รู้จักใช่ไหมลูก " ซองมินโค้งตัวทำความเคารพคุณคิมก่อนจะยิ้มให้อีมินอาที่เคยพบกัน หญิงสาวยิ้มบางตอบรับซองมิน
"ทุกท่านคะ ดิฉันขอแนะนำอีกครั้ง อีซองมินเป็นนักเขียนคนล่าสุดในเครือโจกรุ๊ป เป็นเจ้าของบทประพันธ์เรื่องอีส เลิฟ ที่คุณอีมินอารับบทเป็นนางเอก แล้วก็เป็นผู้จัดการร้านหนังสือมิสเตอร์โจ" มารดาของโจคยูฮยอนกำลังแนะนำซองมินให้ทุกคนรู้จักด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจก่อนจะหยุดเว้นจังหวะเพื่อเพิ่มความสนใจในประโยคต่อไปอีกนิด
ท่านหันไปกุมมือซองมินไว้แล้วเหลือบไปมองอีมินอาที่กำลังพยายามยื่นมือไปเกี่ยวแขนลูกชายคนเล็กของเธออีกครั้ง ประมุขของบ้านตระกูลโจกระแอมไอเล็กน้อยเพื่อสื่อว่าเรื่องที่จะพูดต่อไปสำคัญมากเพียงใด
"และดิฉันยินดีที่จะได้บอกกับทุกท่านว่าอีซองมิน .. เป็นคนรักของโจคยูฮยอน" เสียงฮือฮาดังขึ้นทันทีหลังคำพูดของนายหญิงแห่งบ้านตระกูลโจ
โจอาราเหยียดยิ้มให้กับสายตาตื่นตะลึงของดาราสาวคนสวย ท่าทางตื่นตะลึงกับข่าวใหม่ที่เพิ่งได้รับทำให้ใบหน้างามซีดเผือดไปเล็กน้อย แววตาตระหนกตกใจดูจะฉายชัดออกมาจากดวงตาทุกคู่
เสียงรัวชัตเตอร์เก็บภาพคุณแม่คนสวยของโจคยูฮยอนประกาศตัวคนรักของลูกชายดังขึ้นไม่หยุด
อีซองมินยืนนิ่งเพราะยังทำอะไรไม่ถูกเช่นเดียวกับโจคยูฮยอน ร่างเล็กเหลือบตามองไปยังคนรักแล้วก็พบว่าโจคยูฮยอนกำลังยิ้มมาให้ซองมิน
อีมินอารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าไม่ต่างจากที่คิมยอนอารู้สึกเมื่อครู่เมื่อโจคยูฮยอนปลดมือเธอออกจากแขนของเขา ชายหนุ่มก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างคนรักด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้าง
เมื่อประกาศเรื่องสำคัญเสร็จมารดาของโจคยูฮยอนจึงเข้าไปแสดงความยินดีกับเจ้าของงานอีกครั้งแล้วจึงขอตัวกลับ
ท่านหันมาสั่งความไว้กับลูกสาวคนโตเกี่ยวกับงานที่เหลือแล้วจึงชวนโจคยูฮยอนกลับบ้าน อีซองมินที่ต้องการช่วยงานโจอาราให้เสร็จเรียบร้อยจึงขออยู่ในงานต่อไป
"ดิฉันขอตัวก่อนนะคะทุกท่าน ขอบคุณที่มาร่วมงานในคืนนี้ค่ะ.." อีซองมินยืนอมยิ้มมองคุณแม่คนสวยบอกลาทุกคน
ไม่ต่างกันเลยระหว่างคุณโจคนแม่กับกับคุณโจคนพี่ .. วางระเบิดทิ้งไว้แล้วก็จากไปอย่างสวยงาม..
"ไม่กลับพร้อมกันจริงๆหรือซองมิน" เมื่อเดินออกมาถึงหน้างานชายหนุ่มจึงหันกลับมาชวนคนรักให้กลับบ้านพร้อมกันอีกครั้ง
"ยังดีกว่าครับ"
"แต่งานก็ไม่มีอะไรแล้วนี่นา กลับเลยก็ได้พี่อาราไม่ว่าอะไรหรอก"
"ฮยองอยากให้ผมดูเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบหรือครับ" อีซองมินถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง สายตาคนตัวเล็กเต็มไปด้วยความจริงจัง โจคยูฮยอนมองสบตาคนรักแล้วจึงยอมรับเหตุผลนั้น ชายหนุ่มบอกกับซองมินว่าเมื่อส่งมารดาที่บ้านเสร็จแล้วจะกลับมารับอีกครั้ง..
ซองมินเดินไปรอบๆงานเพื่อตรวจตราเรื่องเล็กๆน้อยๆ จนเมื่อแขกคนสำคัญทยอยกลับไปแล้วจึงพาตัวเองไปแถวๆซุ้มเครื่องดื่ม
เขามองเห็นพี่สาวของคนรักกำลังถกเถียงอะไรบางอย่างกับคุณเลขาส่วนตัวแต่ก็ไม่ได้จริงจังนัก ซองมินชะงักมองเมื่อรู้สึกได้ว่าทำไมบรรยากาศที่ควรจะขุ่นมัวของคนทั้งคู่ถึงมีไอสีชมพูจางๆลอยกรุ่นอยู่..
ในขณะที่เลือกเครื่องดื่มให้ตัวเองซองมินก็รู้สึกเหมือนมีใครมายืนจ้องและเมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองก็พบว่าเป็นคุณดารายอดนิยมคนนั้น อีซองมินยิ้มให้เธออีกครั้งแต่คราวนี้กลับไม่ได้รอยยิ้มตอบกลับมา
"คบกับคยูฮยอนนานแล้วหรือ" เสียงที่ซองมินคิดว่าหวานแต่คำพูดกลับไม่เป็นเช่นนั้นลอดออกมาจากริมฝีปากบาง
"ครับ.." ถึงแม้จะคิดว่าเรื่องที่ถูกถามออกจะเป็นเรื่องส่วนตัวอยู่ไม่น้อย แต่ซองมินก็ยังตอบออกไป หญิงสาวเม้มปากกับคำตอบของซองมินเธอก้าวเข้ามาใกล้ก่อนจะยิ้มหวาน
"เมื่อเดือนที่แล้ว ฉันกับคยูฮยอนไปพบกันที่ปารีส เสียใจด้วยนะที่ข่าวออกมาแบบนั้น ฉันไม่น่าโทรนัดเขาออกมาเลย แต่เขาเองก็ไม่เคยบอกว่ามีเธออยู่แล้ว" ซองมินยังคงยิ้มเมื่อได้ฟังเรื่องเล่าจากปากคุณดาราคนสวย
"เรารู้จักกันมานาน ตอนที่เรียนอยู่ก็สนิทกันมาก พอได้เจอกันก็เลยมีเรื่องให้คุยเยอะแยะ อีกอย่างถ้าฉันจะนัดเขาออกไปสังสรรค์บ้างตามประสาเพื่อนเก่าเธอคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม"
"ตามสบายครับ ผมไม่ใช่เจ้าของชีวิตใคร ตัดสินใจแทนใครไม่ได้ เรื่องแบบนี้ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวเขาเอง" หญิงสาวแสร้งวาดยิ้มหวานหยดอีกครั้งเมื่อได้ฟังคำตอบจากปากคนตัวเล็ก ท่าทางเหมือนเด็กไม่สู้คนแบบนี้ยิ่งทำให้หล่อนได้ใจ
"ฉันดีใจที่เธอรู้ว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร" คราวนี้อีซองมินจึงยิ้มให้อีกฝ่ายบ้าง คนตัวเล็กคลี่ยิ้มกว้าง ยิ้มไปทั้งปากและดวงตา..
"ครับ..เพราะเท่าที่ทราบผมเป็นคนรัก .. ไม่ใช่คู่นอน.." ประโยคสั้นๆแต่อานุภาพร้ายแรงวิ่งไปกระแทกหน้าอีมินอาอย่างจังจนทำให้รอยยิ้มที่เธอภูมิใจนักหนาหายวับ
หญิงสาวก้าวเข้ามาใกล้หมายจะทำร้ายคนพูดแต่อีซองมินกลับเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย
"ถ้าคุณทำร้ายผม คะแนนเพื่อนเก่าในสายตาคุณคยูฮยอนก็จะตกทันทีเลยนะครับ"
"เขาไม่ได้อยู่ที่นี่ จะรู้ได้ยังไง"หญิงสาวยังคงไม่ยอมแพ้ ถึงแม้ว่าดวงตาคู่สวยจะฉายแววไม่มั่นใจขึ้นมาบ้างแล้ว
"งั้นคุณก็ควรจะรู้ไว้ .. คุณคยูฮยอนไม่เคยละสายตาจากผมได้เลย" สิ้นเสียงอีซองมิน หญิงสาวก็ได้ยินเสียงกระแอมไอมาจากด้านหลัง เจ้าของร่างสูงก้าวเข้ามายืนเคียงข้างคนรักพร้อมกับโอบเอวคนตัวเล็กไว้ ภาพที่เห็นยิ่งทำให้หญิงสาวต้องกัดริมฝีปากไว้แน่น
"คุยอะไรกันอยู่ครับ"ชายหนุ่มหันไปถามคนรักก่อนจะหันหน้าไปมองอีอินอาที่ยืนเม้มปากอยู่
"คุณมินอาเล่าเรื่องที่ฮยองไปพบกับเธอที่ปารีสให้ฟังครับ"โจคยูฮยอนเลิกคิ้วเล็กน้อย เมื่อมองเห็นแววขุ่นมัวในตาคนพูดแต่ก่อนที่จะได้แก้ข้อสงสัย คนตัวเล็กก็ปลดมือหนาออกจากเอว อีซองมินพึมพำว่าโจอารากำลังตามหาแล้วจึงเดินออกไปจากตรงนั้นโดยไม่มีการกล่าวลาใดๆทั้งสิ้น
เมื่อพบว่าเป้าหมายอยู่ตรงข้างเวที อีซองมินก็พุ่งเข้าไปเกาะแขนโจอาราทันที คนตัวเล็กเม้มริมฝีปากเข้าออกอย่างชั่งใจก่อนจะช้อนตามองผู้ทรงอำนาจลำดับสองอย่างน่าเอ็นดู
"พี่อาราครับ ผมกลับด้วยคนได้ไหม" โจอาราหันมามองน้องชายตัวเล็ก วางมือบางลงบนแก้มกลมแล้วจึงเอ่ยปากถาม
"พี่เห็นคยูกลับมารับซองมินแล้วนี่ แล้วทำไม.."
"ฮยองไม่ว่างแล้วครับ สงสัยว่าจะมีธุระต่อ" อีซองมินบอกเบาๆแล้วจึงเหลือบตามองไปทางซุ้มเครื่องดื่ม และโจอาราก็มองตามสายตานั้นไป พี่สาวของโจคยูฮยอนแค่นยิ้มเมื่อเห็นว่าน้องชายกำลังมีธุระกับใคร หญิงสาวคว้ามือน้องชายตัวเล็กไว้ก่อนจะพาเดินกลับไปที่ซุ้มเครื่องดื่ม
ซองมินยอมรับว่าเขาไม่ถนัดในการแก้ปัญหาแบบนี้ ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยต้องแย่งชิงอะไรกับใคร เพราะฉะนั้นหาตัวช่วยไปจัดการน่าจะดีกว่า
"ขอโทษที่มารบกวนเวลาส่วนตัว แต่ฉันจะกลับแล้วเลยจะมาบอกว่า ถ้าเธอมีธุระต่อฉันจะพาซองมินกลับบ้านเอง.."โจคยูฮยอนนึกขอบคุณพี่สาวที่เข้ามาแทรกในบทสนทนาของเขากับอีมินอาได้ถูกเวลา ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนเขาก็ยังไม่ชินกับการถูกตามตื้อแบบนี้ ชายหนุ่มไล่สายตาไปที่ด้านหลังของพี่สาวแล้วก็พบว่าอีซองมินกำลังยืนก้มหน้าอมลมแก้มพองไม่ยอมสบตาใคร
"เปล่าครับ ผมไม่มีธุระอะไรต่อ กำลังจะกลับบ้านเลยเหมือนกัน" ชายหนุ่มหันกลับไปหาอีมินอาแล้วเอ่ยลาหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม
"ผมคงต้องขอตัวก่อน แล้วค่อยคุยกันคราวหน้านะมินอา"
"คยูฮยอนคะ ไหนๆคุณก็จะกลับแล้ว ยังไงช่วยส่งมินอาที่คอนโดได้หรือเปล่าคะ พี่ผู้จัดการกลับไปแล้วมินอาเองก็ไม่ได้เอารถมาด้วย"
"ไม่เป็นไร คยูฮยอนพาน้องกลับไปเถอะ คุณมินอาคะ..พอดีที่หน้างานมีแท็กซี่คอยบริการอยู่ เดี๋ยวฉันจะบอกให้เด็กไปเรียกให้นะคะ" ว่าจบก็ไม่สนว่าใครจะยอมรับข้อเสนอหรือไม่ โจอาราคว้าแขนซองมินแล้วออกเดินไปที่ทางออกของงานทันที และเมื่อเห็นว่าคนรักถูกพาไปแล้วโจคยูฮยอนจึงเดินตามออกไปโดยไม่ลังเล
ชายหนุ่มไม่รอให้อีมินอาปฏิเสธคำพูดของพี่สาว ร่างสูงก้าวยาวๆตามคนในครอบครัวไปหยุดที่รถสีขาวคันหรู มือหนาคว้าเอาข้อมือคนที่กำลังจะก้าวเข้าไปนั่งเบาะหลังของรถคุณฮันไว้ แล้วออกแรงดึงเล็กน้อย เพียงแค่นั้นคนที่กำลังจะหนีก็กลับมายืนชิดอยู่กับปลายคางร่างสูง
"จะไปไหนครับ.."เสียงทุ้มที่ดังอยู่ริมหูทำเอาเด็กดื้อชักจะไปไม่เป็น
"ผมคิดว่าคุณคยูฮยอนจะไปส่งคุณอีมินอาเสียอีก" คุณคยูฮยอนขมวดคิ้วกับสรรพนามที่ไม่ได้ยินมานาน ชายหนุ่มชะโงกหน้าเข้าไปบอกให้พี่สาวกลับไปก่อนแล้วจึงโอบเอวกลมให้เดินตามไปที่รถ
"ซองมินไม่พอใจอะไรหรือ.."เมื่อเข้ามานั่งในรถชายหนุ่มก็เปิดประเด็นที่สงสัยทันที แต่คนตัวเล็กกลับขยับตัวหันหน้าออกไปด้านนอกรถ ไม่มอง ไม่พูด
"ซองมิน.." เมื่อถูกเรียกด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นอีซองมินจึงหันกลับมามองหน้าอีกฝ่าย
"ผมก็แค่คิดว่าคุณคยูฮยอนอยากจะออกไปสังสรรค์ตามประสาเพื่อนเก่ากับคุณอีมินอา" มือหนาชะงักค้างในขณะที่กำลังจะเสียบกุญแจรถ ชายหนุ่มหันมาหาคนที่นั่งอยู่เบาะข้างๆเต็มตัว ก่อนจะคว้าข้อมือเล็กไว้แล้วถามอีกฝ่ายเสียงเรียบ
"ใครคือคุณคยูฮยอน.." คนตัวเล็กขบริมฝีปากล่างเบาๆเมื่อรู้ตัวว่าเริ่มจะใช้อารมณ์มากไป แต่กระนั้นก็ยังไม่ยอมพูดอะไรเมื่อถูกคนรักถามถึงสรรพนามห่างเหินที่เจ้าตัวไม่ค่อยอยากได้ยิน
ทั้งที่เคยตกลงกันแล้วว่าซองมินจะเรียกอีกฝ่ายว่าฮยองแทนคุณคยูฮยอน แต่ในเมื่อวันนี้ฮยองทำให้ซองมินไม่พอใจก็จงกลับไปเป็นคุณคยูฮยอนอย่างเดิมเถอะ..
โจคยูฮยอนเคยสารภาพกับซองมินว่า..เขาแอบหวังมาตลอดหลังจากที่พบกันครั้งแรก ว่าอยากได้ยินซองมินเรียกเขาแบบนี้ เรียกว่าฮยอง.. ถึงแม้เวลาจะผ่านมานานหลายปีแต่เมื่อได้เจอซองมินอีกครั้งความรู้สึกนั้นก็ยังคงอยู่ เขามักจะเห็นภาพเด็กชายในชุดนักเรียนกับภาพของอีซองมินในตอนนี้ซ้อนทับกันอยู่ในยามที่เขาคิดไปถึงตอนที่ยังเรียนมัธยม
คยูฮยอนเสียดายช่วงเวลานั้นจนบางครั้งเขาก็นึกโกรธที่ตัวเองไม่สามารถตามหาซองมินให้เจอตั้งแต่ตอนแรก .. หลายครั้งที่เขาเฝ้าคิดวนเวียนว่าถ้าได้เจอกับซองมินตั้งแต่ตอนนั้นเขาจะทำยังไง ..
เมื่อขับรถออกมาจากสถานที่จัดงานโจคยูฮยอนก็หันไปมองคนที่ยังนั่งเงียบ ดวงตาของซองมินไม่ได้เรียบนิ่งเช่นทุกครั้งที่เจ้าตัวจะแสดงออกในยามที่ไม่พอใจ แต่ครั้งนี้ดวงตาคู่สวยกลับเต็มไปด้วยร่องรอยของความกังวลใจที่คยูฮยอนมองออกได้ง่ายๆ เมื่อรู้ว่าสิ่งที่คนรักกำลังเป็นอยู่ไม่ใช่ความไม่พอใจหากแต่เป็นความกังวลใจอารมณ์ขุ่นมัวของคยูฮยอนจึงกลับกลายเป็นความรื่นรมย์
ครั้งแรกในชีวิตเลยทีเดียวที่อีซองมินแสดงออกถึงอาการหึงหวงในตัวของเขา ถึงแม้จะรู้ว่าคนรักไม่สบายใจแต่เขาก็ยังคิดว่าเขาเองกำลังรู้สึกดีไม่น้อย
"ฮยองว่า วันนี้เรากลับไปนอนที่ร้านดีไหมครับ"อีซองมินทำปากยื่นกับข้อเสนอของคุณคนขับแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป คนตัวเล็กยังคงนั่งมองแสงไฟตามถนนหนทางไปเรื่อยๆ ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมภายในรถคันใหญ่อย่างจงใจ
โจคยูฮยอนลอบมองคนที่นั่งคอตั้งหลังตรงด้วยความเอ็นดู อีซองมินจะรู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังเป็นอะไร..
เมื่อรู้สึกว่าความเร็วของรถช้าลงกว่าเดิมคนที่นั่งเชิดอยู่จึงหันไปมองคนขับ ซองมินยังคงเฉยเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังบังคับพวงมาลัยเพื่อพารถเข้าไปจอดในสวนสาธารณะ ที่อยู่ระหว่างทางกลับร้าน
เมื่อรถหยุดสนิทแล้วคุณคนขับก็ปรับเบาะของตัวเองให้เอนลงไปเล็กน้อย สอดมือเข้าประสานกันที่ท้ายทอยแล้วหลับตาลง..
อีซองมินกัดริมฝีปากเบาๆเมื่อเดาไม่ออกว่าอีกฝ่ายต้องการจะทำอะไร แต่ถ้าจะให้ถาม เขาเองก็นึกไม่ออกว่าจะถามอะไร
ใช่..ซองมินไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร เพราะที่รู้ตอนนี้คือยังไม่อยากคุยกับคนข้างๆ เขาไม่ได้อยากทำตัวงี่เง่าเอาแต่ใจ แต่มันไม่สบายใจใครจะมานั่งยิ้มอยู่ได้
"ซองมิน..หึงหรือครับ" นั่นสินะ..แบบนี้หรือเปล่าที่เรียกว่าอาการหึง.. ซองมินเหลือบตามองต้นเสียงก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังมองมาคนตัวเล็กจึงหันไปมองข้างนอกรถอีกครั้ง
สวนสาธารณะในเวลานี้ไม่มีใครแล้ว ร่างเล็กถอดรองเท้าก่อนจะยกขาขึ้นมานั่งชันเข่าแล้วซุกหน้าลงไป
ผ่านไปอึดใจซองมินก็รู้สึกถึงสัมผัสอ่อนโยนบนศีรษะ มือหนาลูบเบาๆไปบนกลุ่มผมนุ่ม ราวกับจะปลอบใจคนที่กำลังสับสน
"เป็นอะไรไปครับคนเก่ง" น้ำเสียงอ่อนโยนที่คุ้นเคยดังอยู่ริมหูก่อนที่อีกฝ่ายจะเลื่อนริมฝีปากไปที่ขมับสวยแล้วสูดเอาความหอมอย่างแสนรัก
"ซองมิน.."คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมาตามเสียงเรียกแต่กระนั้นก็ยังไม่ยอมสบตากับอีกฝ่าย โจคยูฮยอนก้าวลงจากรถแล้วเดินอ้อมมายังฝั่งที่คนตัวเล็กนั่งอยู่ ร่างสูงเปิดประตูออกแล้วย่อตัวลงมาหาคนที่นั่งอยู่ในรถ
"อยากไปเล่นทรายไหม"ซองมินมองสบตาอีกฝ่ายอย่างชั่งใจ แล้วจึงพยักหน้าเบาๆ คยูฮยอนยื่นมือไปให้คนรักจับแล้วจูงคนตัวเล็กเดินไปที่บ่อทรายในสนามเด็กเล่น แสงไฟสีเหลืองอ่อนส่องผ่านสองร่างที่เดินตามกันไปเป็นเงาทอดยาว
แต่ก่อนที่ซองมินจะทันได้ลงไปในบ่อทรายคนที่เดินอยู่ข้างหน้าก็หยุดฝีเท้า
"ถ้าจะเล่นทรายให้สนุกต้องถอดรองเท้านะ.."ว่าจบร่างสูงก็ย่อตัวลงแล้วเอื้อมมือไปถอดรองเท้าคู่เล็กออก ตามด้วยถุงเท้าสีดำสนิท ตอนนี้ซองมินเหลือเพียงเท้าเปล่าเปลือย มือหนาบรรจงพับเอาปลายกางเกงคนตัวเล็กขึ้นมาอีกเล็กน้อยแล้วจึงยืนขึ้นเต็มความสูง
"เล่นได้แล้วล่ะ"ซองมินอมยิ้มน้อยๆแต่ก็ยังไม่ยอมสบตาอีกฝ่าย เท้าเล็กพาเจ้าของก้าวลงไปในบ่อทรายก่อนจะหันกลับมาหาคนที่เพิ่งถอดรองเท้าของตัวเองเสร็จ
"ขอบคุณนะครับ"
อากาศเย็นปลายฤดูหนาวทำให้คนที่เดินเตะทรายไปมาห่อตัวเล็กน้อย ซองมินเดินย่ำทรายไปจนทั่วบริเวณ หวังจะให้ความหยาบของเม็ดทรายขัดเอาความขุ่นมัวในอารมณ์ให้บางเบาลง
ตากลมลอบมองคนที่เป็นฝ่ายชวนซองมินลงมาเล่นทราย ร่างสูงยืนล้วงกระเป๋ากางเกงพิงตัวเองกับเสาของชิงช้า
ชายหนุ่มคลี่ยิ้มเมื่อเห็นว่าซองมินหันมามองร่างสูงพาตัวเองเข้ามาใกล้คนตัวเล็กแล้วจึงปลดกระดุมเสื้อตัวนอกออก มือหนาจับสาบเสื้อให้กางออกทั้งสองข้าง
เห็นดังนั้นซองมินจึงเดินเข้าไปซุกกับอกกว้างโดยไม่ต้องให้ใครบอก สอดแขนเข้าไปกอดเอวร่างสูงไว้ภายใต้เสื้อตัวหนา คยูฮยอนดึงเสื้อมาห่มร่างเล็กไว้ ถึงแม้ว่าเสื้อจะคลุมจะไม่รอบตัวแต่ซองมินก็รู้สึกอุ่นขึ้น ..อุ่นอวลไปถึงหัวใจ..
"ฮยอง.." สรรพนามเรียกขานที่ทำให้หัวใจคนฟังพองโตได้ง่ายๆกลับมาอีกครั้ง ..
"ครับ.."
"ขอโทษนะครับ.."
"ขอโทษทำไมครับ"
"เมื่อกี้ตอนออกจากงานผมทำตัวไม่น่ารัก.." สิ้นเสียงซองมินก็รู้สึกถึงอ้อมกอดที่กระชับเข้า คยูฮยอนแหงนเงยขึ้นมองไปบนท้องฟ้าราวกับจะหาคำตอบว่าความรักมากมายขนาดไหนจึงจะเพียงพอกับความน่ารักของอีซองมิน
"ใครบอกแบบนั้นกันล่ะ..ซองมินของฮยองน่ารักที่สุดต่างหาก" คยูฮยอนกดจมูกลงกับศีรษะเล็ก โยกตัวไปมาปลอบใจคนที่กำลังคิดมาก
"ซองมินรู้ไหม..ว่าตัวเองเป็นอะไร"
"ก็ฮยองบอกว่าหึง.."
"แล้วหึงจริงหรือเปล่า.."คนตัวเล็กเกยคางไว้กับไหล่หนา ยืนหลับตานิ่งอยู่อย่างนั้น
"ซองมินกำลังคิดมากเรื่องคุณมินอาหรือ" อาการย้ำปลายคางกับไหล่กว้างทำให้คนถามพอจะรู้ว่าสิ่งที่คาดเดาอยู่เป็นความจริง
"คุณมินอาสวย ..แล้วเธอก็ดูเหมาะสมกับฮยองดี ..เหมือนในข่าว.."
"ซองมินเห็นเป็นแบบนั้นหรือ.." สงสัยว่าต่อไปนี้เขาคงต้องระวังตัวที่จะเป็นข่าวกับใครๆเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า ..
อะไรก็ตามที่จะทำให้อีซองมินไม่พอใจเขาจะต้องเลี่ยงให้ไกล เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าคนที่ดูยิ้มแย้มตลอดเวลาจะคิดมากเกี่ยวกับข่าวพวกนั้น
"ฮยอง.."
"ถ้าฮยองเจอผมตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปตามหาที่โรงเรียน ถ้าเราเจอกันตั้งแต่ตอนนั้น..ฮยองจะทำยังไง" ยังไม่ทันที่จะได้แก้ไขความเข้าใจผิดคนตัวเล็กก็ชวนเปลี่ยนเรื่องได้อย่างน่าประหลาดใจ
ใบหน้าคมขึ้นสีเรื่อเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าซองมินจะถามคำถามนี้..ชายหนุ่มคลายอ้อมกอดออกแล้วถอยมายืนมองหน้าคนรัก
ดวงตาที่ต้องกระทบกับแสงจันทร์สุกใส แวววาวกว่าดาวดวงใดในจักรวาลนี้ ดวงตาของอีซองมิน..ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็สะกดใจคนมองได้เสมอ..
"ถ้าเจอกันตั้งแต่ตอนนั้น..ฮยองก็คงจะไปหาซองมินที่โรงเรียน..ทุกเย็น.." มือหนาเอื้อมมาจับมือบางไว้ก่อนจะพาเดินตามไปช้าๆ
"แล้วก็จะจับมือไว้แบบนี้.." ซองมินวางเท้าเปล่าเปลือยของตัวเองทับลงบนรอยเท้าของคนที่เดินอยู่ข้างหน้าไปเรื่อยๆ
"บางทีอาจจะพามาเดินเล่นที่สวนสาธารณะ..เราอาจจะนั่งคุยกันที่ม้านั่ง" ร่างสูงเดินมาหยุดที่ชิงช้า
"หรืออาจจะพามานั่งชิงช้า..แบบนี้" มือหนาจับเอาคนตัวเล็กลงนั่งที่ชิงช้าแล้วเริ่มไกวเบาๆ
"แล้วถ้าฝนตกก็อาจจะพาไปหลบฝนในนั้น" คยูฮยอนหยุดชิงช้าแล้วจึงจูงซองมินให้วิ่งเหยาะๆไปที่บ้านของเล่นเด็ก ดันหลังร่างเล็กให้มุดตัวเข้าไปนั่งในนั้นก่อนจะพาตัวเองตามเข้าไป ..บ้านหลังใหญ่สำหรับเด็กน้อยดูเล็กไปถนัดตา
"ถ้าฟ้าร้อง..ก็อาจจะกุมมือไว้แบบนี้" มือหนาสอดประสานเข้ากับมือบาง พร้อมกับเบียดร่างตัวเองให้เข้าใกล้ร่างเล็กขึ้นไปอีก
"แล้วถ้าเด็กคนนั้นมองฮยองอย่างในตอนนี้ก็อาจจะ.."ใบหน้าหล่อเหลาเลื่อนเข้าไปใกล้ใบหน้าหวาน ทั้งที่ในบ้านเล็กๆนี้มืดกว่าด้านนอกแต่เขากลับเห็นประกายในดวงตาของคนรักอย่างชัดเจน
โจคยูฮยอนเกลี่ยจมูกลงกับผิวแก้มเนียนนุ่ม.. หูของเขาคล้ายจะได้ยินเสียงไวโอลินลอยมาตามสายลมในขณะที่แตะริมฝีปากลงกับมุมปากเล็ก ฝากเสียงกระซิบผ่านอณูบางเบาไปถึงใจคนฟัง..
"..จูบ...แบบนี้.." ริมฝีปากหนาเลื่อนลงทาบทับกับริมฝีปากอิ่ม ขบเบาๆเพื่อให้อีกฝ่ายยอมเผยอเรียวปากออกจากกัน..
คยูฮยอนลงมือเก็บกวาดเอาความหอมหวานที่ยั่วยวนใจเขาเสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร
..จูบแล้วจูบเล่า..เนิ่นนานเท่าที่หัวใจต้องการ..จูบเพื่อทดแทนการรอคอยที่แสนยาวนาน..จนกระทั่งเสียงตัวโน๊ตสุดท้ายหยุดลง..
"ฮยองรักซองมินนะครับ..รักแต่ซองมิน.." อีซองมินเลื่อนตัวขึ้นไปนั่งคร่อมบนขาของร่างสูง ยกแขนกลมกลึงโอบรอบต้นคอหนา มองลึกเข้าไปในดวงตาคมหวานและซองมินก็มองเห็นตัวเองอยู่ในนั้น
"ฮยองเคยเบื่อที่ต้องรอผมบ้างไหม.." โจคยูฮยอนนิ่งมองคนถามไปชั่วครู่จากนั้นจึงไล้ฝ่ามือไปตามแผ่นหลังเล็ก แล้วค่อยๆออกแรงกดให้ร่างเล็กแนบชิดกับอกกว้างของตนเอง
"ได้ยินมั้ย.." เสียงหัวใจของโจคยูฮยอนเต้นเป็นจังหวะถี่รัว..ไม่ต่างจากซองมิน คนตัวเล็กอมยิ้มกับตัวเองแล้วเกลี่ยจมูกไปตามลำคอร่างสูง สูดเอากลิ่นหอมเท่ห์ที่ซองมินหลงรักเข้าไปจนลึก แล้วกระซิบเบาๆ
"ได้ยินครับ.."
"รู้มั้ย..วันแรกที่ฮยองพบซองมินจนกระทั่งวันนี้..ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย.." คยูฮยอนวางนิ้วเรียวลงบนพวงแก้มเนียนใส
"รอยยิ้มของเด็กคนนั้นกับผู้ชายคนนี้..ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน..ก็ทำให้ฮยองตกหลุมรักได้เสมอ"
"คนอื่นๆอาจจะสวย ดูดี .. แต่ไม่มีใครทำให้หัวใจดวงนี้เต้นแรงได้อย่างที่ซองมินทำ" มือหนาเลื่อนไปกุมมือบางไว้แล้วยกมาแนบลงกับตำแหน่งหัวใจ "แม้กระทั่งจะทำให้หัวใจดวงนี้หยุดทำงาน ซองมินก็ยังเป็นคนเดียวที่ทำได้ รู้มั้ยครับ.."
คนตัวเล็กแตะริมฝีปากอวบอิ่มกว่าปกติลงบนปลายจมูกโด่งคมแล้วจึงซุกซบใบหน้าที่เริ่มจะร้อนผ่าวลงบนไหล่กว้าง
รู้สึกว่าอาการร้อนวูบเย็นวาบจะเข้าจู่โจมซองมินอีกแล้ว.. ทำไมนะ..ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนซองมินก็ยังไม่ชินกับสายตาอ่อนเชื่อมของคุณเจ้าของร้านสักที
"ฮยอง.."คยูฮยอนก้มหน้าลงไปหาเสียงเรียกอู้อี้ที่ดังอยู่ในอก
"ขอบคุณนะครับ..แล้วก็..ผมเองก็รักฮยองเหมือนกัน"
"รักมากที่สุดเลย.." เสียงบอกรักลอดผ่านมาจากริมฝีปากบางดูจะทำให้หัวใจของโจคยูฮยอนทำงานหนักขึ้นอีกเท่าตัว เสียงหัวใจสองดวงเต้นสอดประสานเป็นจังหวะความรักฟังดูคล้ายเสียงดนตรีจากเหล่านางฟ้าตัวน้อยที่กำลังขับกล่อมบทเพลงแห่งความรักบทใหม่
...
....
หนังสือพิมพ์ฉบับเช้าวันนี้คงไม่มีข่าวไหนเด่นไปกว่าข่าวเปิดตัวคนรักของโจคยูฮยอนเป็นแน่ ทั้งภาพและคำพูดดูจะติดหราเป็นกรอบใหญ่ของหน้าบันเทิงทุกฉบับ โจอาราวางหนังสือพิมพ์ลงก่อนจะหันไปหามารดาที่นั่งจิบกาแฟมื้อเช้าอยู่อย่างอารมณ์ดี
"หนูไม่คิดว่าคุณแม่จะประกาศออกไปแบบนั้นค่ะ" คุณนายเธอมองลูกสาวแล้วจึงหัวเราะออกมาเต็มเสียง
"ว่าแต่คุณแม่แน่ใจแล้วใช่ไหมคะ..ว่าจะไม่มีปัญหาตามมา" แน่ละ..หุ้นส่วนหัวเก่าในบริษัทก็ใช่ว่าจะไม่มี แต่งานนี้ดูท่าทางคุณแม่ท่านมั่นใจเหลือเกินว่าจะไม่มีอะไรมากระทบกับความน่าเชื่อถือของบริษัทที่มีมาตลอด ดังนั้นเธอเองจึงไม่คิดอะไรมากเหมือนกัน
"ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเห็นว่าใครจะมีปัญหากับแม่..แล้วอีกอย่าง แม่ไม่ได้ทำอะไรผิด และที่สำคัญแม่เชื่อว่าอีซองมินจะไม่ทำให้แม่ผิดหวัง น้องพิสูจน์ตัวเองมามากพอสำหรับความไว้วางใจของแม่.." โจอารามองเห็นแววแห่งความภูมิใจในดวงตาที่ผ่านโลกมากกว่าเธอกว่าครึ่งชีวิตแล้วก็ได้แต่ดีใจแทนคนที่ท่านกำลังชื่นชม
"อ้าว มากันแล้วหรือ" เมื่อเห็นว่าคนที่กำลังเป็นหัวข้อสนทนาโผล่มาจากประตูห้องอาหารเธอจึงกวักมือเรียกน้องชายตัวเล็กเข้ามานั่งข้างๆแล้วหันไปหาน้องชายตัวสูง
"ทานข้าวมากันหรือยัง"
"ทานมาจากที่ร้านแล้วครับ" ว่าจบคนตอบก็บุ้ยใบ้ว่าขอตัวเอาของไปเก็บบนห้องนอนก่อน ปล่อยให้ซองมินนั่งคุยกับคุณแม่และพี่สาวต่อไป คนตัวเล็กนั่งเม้มริมฝีปากเข้าออกเงียบๆอยู่นานจนโจอารานึกแปลกใจหญิงสาววางมืองบนมือขาวจัดแล้วลูบศีรษะอีกฝ่าย
"เป็นอะไรไปซองมิน" อีซองมินช้อนสายตาขึ้นมองคุณโจคนพี่ก่อนจะเลื่อนสายตาไปที่คุณแม่คนสวย
"คุณแม่ครับ..เรื่องเมื่อคืน..ขอบคุณนะครับ" คนเป็นแม่ยิ้มบางแล้วจึงตบเก้าอี้ข้างตัวเบาๆ
"มานั่งตรงนี้ซองมิน.." ชายหนุ่มเลื่อนตัวจากเก้าอี้ตัวเดิมไปยังเก้าอี้ตัวที่ติดกับมารดาของคนรัก แล้วคุณนายเธอจึงวางมือลงบนแก้มเนียนเบาๆ
"เรื่องเมื่อคืนความจริงแล้วมันไม่ใช่หน้าที่ของแม่ที่จะต้องไปพูดเรื่องแบบนั้น แต่ในเมื่อซองมินเป็นคนรักของคยูฮยอน เป็นลูกอีกคนของแม่ ที่สำคัญซองมินเป็นคนในครอบครัว แม่ถือว่ามันเป็นหน้าที่ของแม่ที่จะต้องปกป้องซองมิน"
"เมื่อคืนคยูฮยอนทำอะไรไม่ได้เพราะแม่สอนเขามาตลอดว่าการทำร้ายผู้หญิงไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมไม่ใช่นิสัยของลูกผู้ชาย แม่รู้ว่าเมื่อคืนซองมินน้อยใจแล้วก็ไม่พอใจคยูฮยอน แต่นั่นก็เป็นตอนก่อนที่แม่จะพูดเรื่องนั้น แม่จึงอยากให้ซองมินให้อภัยกับเรื่องที่ผ่านมาเมื่อคืน แต่ถ้าต่อไปนี้ เกิดมีเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงแบบนี้อีก.." คนเป็นมารดาวาดรอยยิ้มร้ายใส่ตาซองมิน..
"แม่อนุญาตให้จัดการได้เต็มที่.." อีซองมินก้มหัวขอบคุณคนเป็นแม่ ขยับตัวเข้าไปกอดเธออย่างรักใคร่ คุณนายเธอลูบมือไปบนศีรษะเล็กเบาๆ
"เมื่อคืน .. ผมพูดไม่ดีกับกับอีมินอา " ยังไม่ทันที่ซองมินจะได้สารภาพผิดจนจบ เสียงหวานใสของคุณพี่สาวคนสวยก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน
"ถ้าเป็นผู้หญิงคนนั้นน่ะ มีคนมารายงานพี่แล้วล่ะว่าเธอคุยอะไรกับซองมิน เพราะฉะนั้นที่พูดไปเมื่อคืน พี่ถือว่าซองมินปกป้องตัวเอง เพราะถ้าให้พี่เป็นคนพูด..สงสัยว่าแม่นางเอกคนนั้นคงจะต้องลาออกจากวงการบันเทิงเป็นการถาวร" อีซองมินทำหน้าหวั่นเกรงกับสิ่งที่คุณคนสวยเธอพูดเสียจนทั้งแม่และพี่สาวต้องหัวเราะออกมาพร้อมกัน
"หัวเราะอะไรกันครับ" ร่างสูงเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ ชายหนุ่มเดินมาทรุดตัวลงนั่งข้างๆคนรัก และอีซองมินก็เพียงแค่ยิ้มให้คยูฮยอนบางๆ คนตัวเล็กหันกลับไปหาผู้สูงวัยกว่าอีกครั้งเมื่อถูกเธอแตะเรียกบนหลังมือเบาๆ
"จำไว้นะลูก ตอนนี้ซองมินเป็นคนในครอบครัว และมีสิทธิ์ในทุกอย่างเท่าที่คยูฮยอนมี เพราะฉะนั้นอย่าให้ใครมาว่าอะไรได้อีก” ถึงตอนนี้ซองมินหมดความสงสัยแล้วว่าทำไมผู้หญิงที่ดูบอบบางสองคนถึงช่วยกันดูแลบริษัทในเครือโจกรุ๊ปได้ทั้งหมด
ความมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว และอดทนต่อสิ่งต่างๆ ดูจะถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกได้ไม่ผิดเพี้ยน
ทั้งความแข็งแกร่ง เด็ดเดี่ยวของโจอารา ความอดทน มุ่งมั่น ตั้งใจจริงของโจคยูฮยอน และทุกอย่างที่ทั้งสองมีล้วนตั้งอยู่บนพื้นฐานความรักและความเอาใจใส่ที่คนในครอบครัวมอบให้แก่กัน
อีซองมินนึกขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เขามีวันนี้ ทั้งที่เคยคิดน้อยใจถึงครอบครัวที่แตกแยกของตนเอง แต่ในเมื่อวันนี้ซองมินมีครอบครัวที่ดีพร้อม คุณแม่อีกหนึ่งคนที่รักและพร้อมปกป้องซองมิน มีพี่สาวที่พร้อมจะช่วยเหลือซองมินทุกอย่าง และที่สำคัญมีคนรักที่พร้อมจะเคียงข้างกับซองมินในทุกๆที่ เวลานี้ซองมินพูดได้เต็มปากว่าเขาเป็นคนที่มีความสุข
ทุกอย่างที่โจคยูฮยอนทำพื่อซองมินมาตลอดทำให้เขาตื้นตัน มากกว่านั้นคือความรู้สึกขอบคุณ ซองมินไม่มีอะไรจะตอบแทนผู้ชายคนนี้ได้นอกจากความรัก สิ่งที่อีซองมินทำได้คงจะมีเพียงแค่การเป็นคนรักที่ดี และอีซองมินก็สัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้
โจคยูฮยอนมองสบตาคนที่นั่งเคียงข้างกัน ชายหนุ่มคว้ามือขาวจัดมากุมไว้ ในที่สุดการรอคอยที่แสนยาวนานของเขาก็จบลง ทุกอย่างที่เขาลงทุนทำลงไปเมื่อย้อนกลับไปคิดถึงสิ่งเหล่านั้นแล้ว มันช่างคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้กลับคืนมา..
เพราะสำหรับโจคยูฮยอนแล้ว..ไม่มีอะไรมีความหมายไปกว่าความรัก
เพราะสำหรับโจคยูฮยอนแล้ว..ไม่มีอะไรมีค่ามากกว่าความรัก
เพราะสำหรับโจคยูฮยอนแล้ว..ไม่มีอะไรมีค่าและมีความหมายมากไปกว่า อีซองมิน..
เพราะสำหรับโจคยูฮยอนแล้ว..อีซองมิน..คือความรัก..
.. IS LOVE ..
" จากนี้ไป..ผมสัญญาว่า ..
ผมจะมีชีวิตอยู่เพื่อรักคุณ..ให้มากขึ้นทุกวัน.. "
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
* ขอบคุณ อีซองมิน และ โจคยูฮยอน
* ขอบคุณรีดเดอร์และคอมเม้นเตเตอร์ที่น่ารักทุกคน
* ขอบคุณหลายๆคนที่คอมเม้นฟิกเราด้วยความใส่ใจเสมอมา
* ขอบคุณทุกคนที่รัก โจคยูฮยอนและอีซองมิน ขอบคุณที่รักคยูมิน
* ขอบคุณพี่ดา เจเจน้อย ที่ช่วยฟังสปอล์ยแล้วก็แก้คำผิดนะคะ
* ขอบคุณน้องพัดสำหรับรูปคุณอีที่แสนจะน่ารัก รูปพวกนั้นคือกำลังใจลำดับต้นๆของพี่เลยค่ะ
* ขอบคุณขนุนน้อย ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ช่วยเหลือกัน ขอให้น้องคอมหายป่วยโดยเร็ว(ฮี่ๆ)
* ที่สำคัญ..ขอบคุณความน่ารักของอีซองมิน
* ถ้าคุณสัมผัสได้ถึงความรักของคุณเจ้าของร้านที่มีต่อคุณพนักงานตัวกลม ความรักของเราที่มีต่ออีซองมินก็เทียบเท่ากัน..
* รักคุณ ^^
[ปูลู] รายละเอียดการจองหนังสือ
http://story-sunn.exteen.com/20090927/info-is-love
จิ้มตามไปได้เลยค่ะ .. มันอยู่แถวๆนี้แหละ ฮ่าๆๆๆๆ

