[Fic]::IS LOVE::P.11//END Part[KM]

posted on 06 Sep 2009 10:49 by story-sunn  in KYUMIN-FICTION

 

 

Title : IS LOVE

Couple : Cho Kyuhyun x Lee Sungmin





PART 11








กรอบเงาร่างสูงที่ยืนพิงไปกับตัวรถคันหรูตรงหน้าอพาร์ทเม้น คุ้นตาคุ้นใจเสียจนคนที่เพิ่งลงจากรถแท็กซี่ร้อนวาบไปทั้งช่องท้อง ผู้ชายคนนี้ขับรถจากร้านหนังสือมาถึงที่นี่ด้วยความเร็วเท่าไหร่กัน

คนตัวเล็กเบือนหน้าไปมองพุ่มไม้ข้างตัวเมื่อเห็นว่าเจ้าของร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ โจคยูฮยอนหยุดยืนตรงหน้าร่างเล็ก ในระยะที่ใกล้เสียจนอีกฝ่ายต้องเงยหน้ามอง

"มาได้ยังไงครับ" คยูฮยอนเม้มปากพร้อมกับหรี่ตามองหน้าคนถาม

"กลับร้านนะ" เป็นอีกครั้งที่ซองมินต้องเบือนหน้าหนีน้ำเสียงออดอ้อนของผู้ชายตัวโต ใบหน้าของโจคยูฮยอนยังคงเรียบนิ่งแต่แววตาของเจ้าตัวกลับเต็มไปด้วยคำขอโทษมากมาย

"คุณคยูฮยอนอารมณ์ดีแล้วหรือครับ" ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมา

"ถ้าหมายถึงเรื่องนั้นก็ยัง แต่..ตอนนี้กลับร้านเรากันนะ เรื่องนั้นเอาไว้คุยพรุ่งนี้ก็ได้ ผมสัญญาว่าจะไม่ใช้อารมณ์ จะมีเหตุผล แล้วก็จะฟังที่ซองมินพูด" ซองมินพยักหน้าตามที่อีกฝ่ายพูดไปเรื่อยๆ อย่างชั่งใจ

"ซองมิน ..กลับร้านนะ.." เมื่ออีกฝ่ายทอดเสียงเรียกชื่ออีกครั้ง คราวนี้ใจดวงน้อยเลยอ่อนยวบตามน้ำเสียงทุ้มนุ่ม อีซองมินเอื้อมไปจับมืออีกฝ่ายแล้วจูงไปที่รถ

ก็ในเมื่อสิ่งที่ทำลงไปก็เพราะว่ารัก แล้วทำไมจะต้องตั้งแง่ให้มากความ แค่คุณเจ้าของร้านขับรถตามเขามาถึงที่นี่มันก็บอกได้เป็นอย่างดีแล้วว่า อีซองมิน สำคัญมากขนาดไหน






ดูเหมือนอารมณ์ขุ่นมัวเมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมาคงจะเป็นแค่ลมแรงๆที่พัดมาแล้วก็พัดไป ความเสียหายที่ทิ้งไว้ก็คงคล้ายกับเวลาข้าวของชิ้นใหญ่ถูกลมพัดปลิวตกจากที่ตั้ง เหตุการณ์เช่นนี้อาจจะทำให้เราตกใจ แต่ในที่สุดเราก็จะเรียนรู้ว่าควรจะวางของสิ่งนั้นไว้ในที่ที่ปลอดภัยกว่าเดิม

ดังนั้นเมื่อกลับมาถึงร้านหนังสือจึงไม่มีใครพูดถึงเรื่องที่ยังคงเป็นปัญหา โจคยูฮยอนเลือกที่จะเก็บความไม่พอใจไว้ในอก ปล่อยวางความรู้สึกขุ่นมัวไว้ข้างกาย เขายอมรับว่าตัวเองผิดที่ใช้อารมณ์ แต่เขาคิดว่าการที่ซองมินตัดสินใจไปเรียนต่อโดยไม่ปรึกษากับเขามันดูไม่ยุติธรรมในความรู้สึก การแบ่งปันคำปรึกษา ร่วมกันคิดแก้ไขปัญหา มันคือส่วนหนึ่งของการเป็นคนรัก

เขาก็แค่น้อยใจ เมื่อคิดไปว่าทำไมอีซองมินไม่มองเห็นเขาเป็นคนแรก..แต่ความรู้สึกจากการที่ต้องมองคนรักเดินหนีไปต่อหน้ามันทำให้เขาร้อนรนและทนไม่ได้ ฉะนั้นเขาจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาพาตัวเองไปถึงอพาร์ทเม้นของซองมินได้เร็วกว่าคนที่หนีออกไปก่อน เพราะสำหรับโจคยูฮยอนแล้ว..อะไรก็คงไม่สำคัญไปกว่าอีซองมิน








อีซองมินออกจากห้องน้ำมาพร้อมกับกลิ่นหอมฟุ้ง ร่างเล็กมองไม่เห็นคนที่ควรจะนั่งอยู่ในห้องนอน ดูท่าคุณเจ้าของร้านคงต้องการเวลาในการทำใจมากกว่าที่คิด สายลมอ่อนๆพัดโชยเข้ามาจากหน้าต่างและประตูที่เปิดทิ้งไว้

เท้าเล็กพาเจ้าของก้าวออกไปจากห้องนอน ซองมินหยุดยืนที่หน้าประตู ชั่งใจระหว่างเดินลงไปยังชั้นสองกับขึ้นไปบนดาดฟ้า ลมพัดมาอีกครั้งคราวนี้ซองมินแน่ใจแล้วว่าคนที่กำลังตามหาอยู่บนดาดฟ้าแน่นอน
ร่างเล็กก้าวขึ้นบันไดไปเรื่อยๆจนไปหยุดอยู่ตรงประตูที่จะออกไปยังดาดฟ้า

จุดสีแดงเล็กๆบอกซองมินว่าคุณเจ้าของร้านยืนอยู่ตรงนั้น คนตัวเล็กก้าวเข้าไปหาเจ้าของร่างสูงที่ยืนอิงสะโพกกับขอบดาดฟ้า สายลมเย็นต้นฤดูหนาวทำให้ซองมินต้องห่อตัว เพราะชุดนอนของซองมินมีแค่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นเท่านั้น

กลิ่นบุหรี่จางๆที่คนสูบเพิ่งดับไปลอยมากับลม ซองมินเบะปากน้อยๆด้วยความไม่ชอบใจ

"ขึ้นมาทำไมซองมิน"คนตัวเล็กมองหน้าคนถามแล้วจึงย่นคิ้ว ก็แล้วทำไมจะขึ้นมาไม่ได้

"ผม..ขึ้นมาตรงนี้ไม่ได้หรือครับ"

"อากาศมันเย็น เดี๋ยวจะไม่สบาย" ซองมินเพียงแค่ยักไหล่ ลันล๊า ก่อนจะเดินไปเกาะขอบดาดฟ้าชะโงกดูท้องถนนด้านล่าง

"จะถึงฤดูหนาวแล้ว..แต่ปีนี้..ผมคงไม่ได้อยู่ดูหิมะแรกที่นี่" คยูฮยอนยังคงยืนนิ่งไม่พูดอะไรเมื่อซองมินเกริ่นประโยคนั้นออกไป ร่างเล็กไถตัวตามแนวดาดฟ้ามายืนชิดกับคนที่เอาแต่ยืนมองไปบนท้องฟ้าสีดำสนิท


"ขอโทษที่ผมไม่ได้ปรึกษาคุณคยูฮยอนก่อน แต่ผมคิดว่าวิธีนี้มันดีที่สุดแล้ว"

".............."

"ผมไปไม่นาน เรียนจบก็กลับมา..ถ้าคิดถึงก็ไปหาสิครับ"คราวนี้ซองมินรู้สึกถึงแรงโอบหลวมๆที่ไหล่เล็ก และก่อนจะได้พูดอะไรต่อก็ถูกอีกฝ่ายรวบเข้าไปกอดจนจมอก

"ต้องไปจริงๆใช่ไหม" เสียงทุ้มกระซิบถามริมหูบาง อาการร้อนวูบเย็นวาบจึงเข้าจู่โจมซองมินอีกครั้ง คนตัวเล็กพยักหน้ากับอกกว้าง


"ถ้าผมไม่ให้ไป.."

"ทำได้หรือครับ"



นั่นสินะ..ถึงแม้จะมีอำนาจอยู่ในมือมากมายแต่สุดท้ายผู้ชายอย่างโจคยูฮยอนกลับไม่มีอะไรเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าอีซองมิน

โจคยูฮยอนมองสบตาคนในอ้อมกอด อีซองมินเจ้าของดวงตาสดใสเป็นประกายยิ่งกว่าดาวดวงใดในจักรวาลนี้ อีซองมินเจ้าของรอยยิ้มอ่อนโยนสะกดคนมองให้หลงรัก อีซองมินเจ้าของความรักทั้งหมดเท่าที่คนอย่างเขาจะรักได้ คนๆเดียวที่อยู่เหนือทุกเหตุและผลในชีวิตของโจคยูฮยอน..






"ซองมิน..จะคิดถึงผมใช่ไหม.."

"ที่สุดเลยครับ" โจคยูฮยอนมองกลีบปากอิ่มตึงที่เพิ่งเอ่ยคำพูดที่ทำให้หัวใจคนฟังอิ่มเอม

ร่างสูงเกลี่ยข้อนิ้วไปตามพวงแก้มเนียนด้วยความหลงใหล วางกรอบสายตาไว้เพียงแค่ดวงหน้าหวานของคนในอ้อมกอด

มุ่งความสนใจไปที่เสียงหัวใจดวงน้อยที่เต้นประสานเป็นจังหวะเดียวกันกับหัวใจของเขา ในยามที่ใบหน้าคมเคลื่อนเข้าใกล้ใบหน้าหวานจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน

อากาศเย็นในช่วงต้นฤดูหนาวกลายเป็นความอบอุ่นที่ลอยแผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณเมื่อริมฝีปากหนาแตะจูบกับริมฝีปากบาง

โจคยูฮยอนทั้งละเลียดชิมทั้งขบเม้มกลีบปากบางด้วยความอ่อนโยน ก่อนจะถอนริมฝีปากออกมาเมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายพยายามจะสูดลมเข้าปอด ดวงตาคมจับจ้องอยู่กับกลีบปากที่เผยอสูดเอาอากาศเข้าปอด

ร่างสูงวางปลายนิ้วลงบนกลีบเนื้อปริตึงที่ล่อตาล่อใจแล้วออกแรงกดเบาๆ ก่อนจะเบี่ยงหน้าหาองศาที่พอดีแล้วทาบทับริมฝีปากของตัวเองลงไปอีกครั้ง ปลายลิ้นร้อนแทรกผ่านเรียวปากเล็กเข้าไปกวาดต้อนเอาความหอมหวานจากคนในอ้อมกอด

ปลายนิ้วแกร่งลากไล้ไปตามแนวสันหลังจนร่างเล็กแทบยืนไม่ติดพิ้น มือน้อยขยุ้มเสื้อยืดตัวหนาของร่างสูงเสียยับย่นเพื่อระบายความหวามไหวที่ถูกจุดขึ้นจากเจ้าของจูบร้อนแรง




คยูฮยอนมองเห็นน้ำหล่อเลี้ยงในดวงตากลมที่มากขึ้นกว่าปกติ แววตาของซองมินไหวระริกในยามที่เจ้าตัวถูกผ่อนลงนอนกับเตียงนุ่ม

มือน้อยป่ายปะหาที่ยึดเหนี่ยวเมื่อผิวเนื้อเนียนละเอียดเปล่าเปลือยถูกรุกรานด้วยสองมือของคุณเจ้าของร้าน

กลิ่นหอมละมุนถูกร่างที่ทาบทับอยู่ด้านบนสูดเข้าปอดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผิวขาวอมชมพูบัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยแดงจากการขบเม้มดูดดึงของร่างสูง

ความแปลกใหม่จากการกระทำที่เต็มไปด้วยความรักทำให้ซองมินรู้สึกราวกับตัวเองก้าวเข้าไปในโลกของเทพนิยายเรื่องใหม่

กายน้อยร้อนผ่าวราวกับอยู่บนกองไฟ หากแต่ความรุ่มร้อนที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้ซองมินเจ็บแสบหรือมอดไหม้ มากไปกว่านั้นคนตัวเล็กกลับปรารถนาความร้อนจากผิวกายของคนตรงหน้ามากขึ้นเป็นเท่าทวี

สองร่างเปลือยเปล่าแนบชิดเสียจนไม่มีอณูใดแทรกผ่านได้ ไม่ต่างจากหัวใจสองดวงที่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ร่างสูงยกตัวขึ้นกดจูบลงบนหน้าผากมนปลอบประโลมในยามที่ร่างเล็กผวาสั่นจากแรงกายของตน

ถึงแม้จะพยายามอ่อนโยนมากเพียงใดแต่สุดท้ายความน่ารักของคนที่ถูกกอดกลับทำให้ความตั้งใจของคยูฮยออนไขว้เขว

เสียงหวานครางสั่นในยามที่เจ้าตัวพยายามจะร้องเรียกชื่อของคนรัก ซองมินกัดริมฝีปากจนแดงก่ำ จิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างเมื่อรู้สึกปวดมวนไปทั้งช่องท้อง

ร่างเล็กหยัดกายขึ้นสูงก่อนจะเปลี่ยนมาโอบรอบต้นคอหนาเมื่อโจคยูฮยอนเร่งเร้าอารมณ์ของซองมินขึ้นไปจนเกือบสุดทาง วินาทีนี้ซองมินคล้ายจะได้ยินเสียงเหล่านางฟ้าตัวน้อยที่ต่างพากันมาร่วมอวยพรให้กับคู่รัก

แต่คำอวยพรที่ดีที่สุดของค่ำคืนนี้คงเป็นคำอวยพรจากเจ้าชายรูปงามที่ถูกซองมินเกาะเกี่ยวไหล่กว้างไว้มั่น เจ้าชายกำลังพาซองมินไต่ขึ้นไปตามบันไดในปราสาทหลังใหญ่

และแล้วดวงตากลมโตก็พริ้มหลับลงเมื่อมองเห็นประตูบานสุดท้ายที่จะพาซองมินก้าวไปสู่ยอดปราสาท ลมหายใจของซองมินหอบฮักไม่ต่างจากเจ้าชายในยามที่เท้าเปล่าเปลือยสองคู่แตะเหยียบลงบนบันไดขั้นสุดท้ายที่ปลายยอดปราสาทหลังงาม..

เสียงกระดิ่งกังวานไปทั่วบริเวณเมื่อความรักของเจ้าชายถูกส่งมอบให้กับซองมินจนหมดสิ้น

โจคยูฮยอนสอดแขนรองท้ายทอยร่างเล็กในอ้อมกอด นิ้วเรียวเกลี่ยเอาเส้นผมนุ่มมือออกไปจากหน้าผากมนก่อนจะแตะจูบลงไปในตำแหน่งเดียวกันอย่างแผ่วเบา เพื่อให้อีซองมินฝันดี..


กรุ๊ง กริ๊ง ~ ~







::::::::::::: EVERYTHINGS I DO " IS LOVE " ::::::::::::::::::::








โจคยูฮยอนวางหนังสือพิมพ์รายวันลงบนโต๊ะทานข้าวแรงๆ รสชาติของอาหารมื้อเช้าดูจะลดลงไปกว่าครึ่งหลังจากที่สายตาเจ้ากรรมบังเอิญไปพบเข้ากับข่าวซุบซิบในวงสังคมไฮโซ

ข่าวกรอบเล็กที่เขียนแซวลูกสาวคนโตของตระกูลโจ เจ้าของธุรกิจสิ่งพิมพ์รายใหญ่ของประเทศนี้ ในกรอบเล็กๆมีภาพถ่ายพี่สาวของเขาเดินควงกับชายหนุ่มหน้าตาดีที่ปาปาราซซี่เก็บมาได้จากถนนหมายเลขห้ากลางมหานครนิวยอร์ก

ยัยแม่มดโจอาราหลอกให้เขาไปประชุมที่ญี่ปุ่นในขณะที่ตัวเองเลือกไปดูงานที่อเมริกา เขามารู้ว่าพี่สาวอยู่อเมริกาก็ตอนที่ซองมินโทรมาถามว่าอยากได้อะไรเป็นของฝาก พอเขาบอกไปว่าไม่อยากได้ของฝากแต่อยากได้ซองมิน คนตัวเล็กกลับหัวเราะร่วนใส่หูโทรศัพท์ก่อนจะบอกพึมพำมาตามสายว่าให้รออีกนิด..



"นั่งยิ้มอะไรคนเดียว"เสียงหวานเอ่ยถามมาจากด้านหลัง ก่อนจะปรากฏร่างบางระหงของคนถาม ใบหน้าคมจึงกลับไปเรียบนิ่งตามเดิม

"เปล่าซักหน่อย" โจอารายกยิ้มมุมปากก่อนจะวางซองสีขาวลงบนโต๊ะอาหาร

"อะไรครับ"

"รูปซองมิน.." สิ้นเสียงนั้นมือหนาก็คว้าเอาซองสีขาวขึ้นมาแกะดูโดยไม่ขออนุญาต

รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาเมื่อสายตาปะทะเข้ากับคนในรูป อีซองมินในอิริยาบถต่างๆดูน่ารักสดใสจนคนมองละสายตาไม่ได้

"ขอบคุณนะครับ" พี่สาวคนสวยเบะปากใส่คนที่ถือรูปอยู่ แล้วส่ายหน้ายิ้มๆ


"ขอบคุณทำไมกัน ไม่ใช่ของเธอสักหน่อย รูปพวกนี้ซองมินเค้าฝากฉันมาให้ดาจอง พอดีเห็นว่าวันนี้วันศุกร์ เธอจะเข้าร้าน ฉันก็เลยกะว่าจะฝากไปให้น้อง" โจคยูฮยอนกระแทกลมหายใจแล้วหรี่ตามองพี่สาวด้วยอาการอับจนคำพูด..เหอะ ยัยแม่มด!!!





....





.........




โจคยูฮยอนนั่งมองรูปถ่ายของคนที่อยู่อีกซีกโลก แผ่นหลังกว้างเอนไปกับเก้าอี้ตัวโตในห้องทำงาน ใบหน้ากลมอิ่มของซองมินดูจะกลมบ๊อกมากกว่าตอนที่ไปถึงแรกๆ

ซองมินไม่ได้ไปอาศัยอยู่กับคุณแม่อย่างที่ท่านอยากให้ทำ

แต่กลับไปเช่าอพาร์ทเม้นอยู่คนเดียว แต่ถึงอย่างนั้นช่วงวันหยุดเจ้าตัวก็ยังไปเยี่ยมคุณแม่และครอบครัวของแม่ทุกครั้ง








คนรักของเขาสามารถสอบเข้าเรียนต่อได้ในสาขาวรรณกรรมอย่างที่เจ้าตัวตั้งใจไว้ก่อนไป โดยมีคุณพ่อที่อยู่เกาหลีคอยสนับสนุนค่าเล่าเรียนเมื่อทราบว่าลูกชายเพียงคนเดียวต้องการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชื่อดังติดอันดับโลก

ท่านต้องการทำหน้าที่นี้หลังจากที่เคยถูกซองมินปฏิเสธความช่วยเหลือเมื่อคราวที่จะเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาตรีเนื่องจากว่าซองมินเองก็ไม่สนิทใจกับภรรยาคนใหม่ของท่านมากนัก

มือหนาพลิกอัลบั้มรูปไปเรื่อยๆ พิจารณาถึงความเปลี่ยนแปลงของคนในรูป ดูท่าว่าเจ้าตัวเล็กจะเรียนหนักกว่าที่คิด เพราะขนาดตัวที่ดูจะกลมมากขึ้น สงสัยว่าความรู้คงจะเข้าไปแทรกอยู่ในทุกส่วนของร่างกายอีซองมินเสียแล้ว



ร่างสูงเหลือบมองนาฬิกาอีกครั้งก็พบว่าได้เวลาพักเที่ยงแล้ว เห็นดังนั้นชายหนุ่มจึงเก็บรูปทั้งหมดใส่ซองดังเดิม ก่อนจะพาตัวเองไปที่ร้านหนังสือ..ดูท่าวันนี้อิมดาจองจะร้องไห้น้ำตาไหลพรากต่อหน้าเขาอีกแน่ๆ



เมื่อก้าวเข้าไปในร้านหนังสือโจคยูฮยอนก็พบว่าอิมดาจองกำลังยิ้มแป้นส่งมาให้เขา เด็กสาวตัวโตถูมือไปมาและยิ้มจนตาปิด

"สวัสดีค่ะ ดาจองรอพี่คยูฮยอนตั้งนาน" สงสัยว่าจะมีสายมารายงานไอ้เด็กนี่ว่าเขาจะเอารูปพี่ชายไอดอลมาให้ อิมดาจองถึงได้มายืนคอยเขาอยู่ที่หน้าเคาเตอร์ไม่ยอมไปไหน

"ใครบอกล่ะ"

"คุณอาราค่ะ..เธอโทรมาตั้งแต่สายๆ บอกว่าวันนี้พี่คยูฮยอนจะเอารูปพี่ซองมินมาให้"ชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะส่งซองสีขาวในมือไปให้เด็กสาวตัวโต อิมดาจองค่อยๆรับซองไปด้วยความทะนุถนอม


"ถ้าจะดื่มด่ำแล้วก็ร้องไห้เพราะคิดถึงคนในรูปก็ไปชั้นสองนะดาจอง เดี๋ยวตรงนี้พี่จะเฝ้าให้ บ่ายนี้พี่ว่าง" สิ้นเสียงของคุณเจ้าของร้านอิมดาจองก็วิ่งหายไปทางบันไดเวียนทันที โจคยูฮยอนมองตามไปแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า

คราวที่ไปส่งซองมินที่สนามบิน กว่าเขาจะปลอบไอ้เด็กนี่ให้หยุดร้องไห้ได้ก็เกือบจะสองทุ่ม ทั้งๆที่ซองมินขึ้นเครื่องไปตั้งแต่ตอนบ่าย!!





ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นั้นจะผ่านมากว่าสองปีแล้วแต่เขากลับจำได้จนขึ้นใจ

วันนั้นที่สนามบิน อีซองมินไม่ได้ร้องไห้คร่ำครวญอย่างที่เขาหวังจะให้คนตัวเล็กทำอยู่ลึกๆ ซองมินบอกลาเขาและดาจองด้วยรอยยิ้มสดใส..

"ดาจองจะดูแลร้านให้ดี รอพี่ซองมินกลับมานะคะ" เด็กสาวตัวโตยืนปาดน้ำตาป้อยๆในยามที่ถูกพี่ชายไอดอลรั้งเข้าไปกอดปลอบใจ โจคยูฮยอนยืนมองภาพนั้นด้วยความเจ็บหน่วงในอก อีซองมินปาดน้ำตาให้น้องสาวเบาๆ

"พี่สัญญาว่าจะโทรหาดาจองทุกอาทิตย์ตกลงไหม"อิมดาจองพยักหน้าแรงๆแต่น้ำตาก็ยังไม่หยุดไหล เด็กสาวหันมามองคุณเจ้าของร้านก่อนจะกอดพี่ซองมินของเธอให้แน่นเป็นครั้งสุดท้าย

"เดี๋ยวดาจองไปอยู่ข้างนอกรอนะคะพี่คยูฮยอน ดาจองไปก่อนนะคะพี่ซองมิน ขอให้เดินทางปลอดภัย ถ้าถึงแล้วโทรบอกให้ดาจองสบายใจด้วยนะคะ"

"อืม..ถ้าไปถึงแล้วพี่จะโทรหาดาจองนะ เป็นเด็กดีล่ะ"เด็กสาวพยักรัวๆอีกครั้งก่อนจะเดินปาดน้ำตาออกไปจากอาคารผู้โดยสาร

ซองมินมองน้องสาวตัวโตที่เดินจากไปแล้ว ด้วยรอยยิ้มบางก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับคนที่ยืนอยู่ข้างๆ
และโจคยูฮยอนก็กำลังมองมาที่ซองมินเช่นกัน

ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรออกไป ร่างสูงยืนนิ่งประสานสายตากับคนตรงหน้า ดวงตาคมเจือไปด้วยร่องรอยของความเศร้า

โจคยูฮยอนไม่คิดปิดบังความรู้สึกใจหายที่ต้องจากกันเลยแม้แต่น้อย

เขารู้ว่าซองมินไปเรียนต่อเพียงแค่สามปี แต่สำหรับคนที่รักกันแม้จะอยู่ต่อหน้าก็ยังคิดถึง เขาจึงไม่อยากนึกไปถึงวันพรุ่งนี้หรือวันต่อๆไป

แถมอีซองมินยังสั่งไว้ว่าห้ามเขาไปหาโดยไม่มีเหตุผลที่ดีพอ คยูฮยอนนึกน้อยใจเป็นกำลังแต่สุดท้ายไม่ว่ายังไงก็ต้องยอมรับในสิ่งที่ซองมินตัดสินใจ..


ร่างสูงรั้งเอาคนตัวเล็กเข้ามาใกล้ โชคดีที่พวกเขายืนในที่ค่อนข้างมิดชิด ชายหนุ่มรวบเอาร่างของคนรักเข้าสู่อ้อมกอด ออกแรงรัดรึงให้สมกับเวลาที่จะต้องจากกัน มือหนากดแผ่นหลังบางจนร่างเล็กแทบจมลงไปกับอกกว้าง

คยูฮยอนแนบริมฝีปากกดจูบกับขมับหอมนิ่งนาน ซองมินยกมือขึ้นโอบรอบเอวคนตัวโต กอดอีกฝ่ายไว้อย่างที่ตัวเองถูกกอด ใบหน้าเล็กซุกซบอยู่กับแผ่นอกอบอุ่น ซองมินสูดเอากลิ่นหอมเท่ห์เฉพาะตัวของคุณเจ้าของร้านไว้กับตัวให้นานพอกับความห่างไกลที่จะต้องเผชิญ

เมื่อเสียงประกาศเตือนผ่านเข้ามาในโสตประสาทโจคยูฮยอนก็รู้สึกถึงความแสบร้อนตรงเนินไหล่.. อีซองมินกำลังร้องไห้.. เจ้าของร่างสูงโยกตัวไปมาเพื่อปลอบโยนคนในอ้อมกอดทั้งที่ดวงตาของตนเองก็คลอหน่วงไม่ต่างกัน..

ในที่สุดทั้งเขาและซองมินก็ได้เรียนรู้อีกครั้งว่าไม่มีสิ่งใดที่ได้มาง่ายจนเกินไป

หากไม่เคยรู้จักความทุกข์..แล้วถ้าความสุขมาถึงจะมีความหมายอะไร

เขาไม่ได้หวังให้เส้นทางความรักโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่สิ่งที่เขาหวังคือการมีมือของคนที่รัก คอยช่วยกันประคับประคองให้ความรักของพวกเขาผ่านอุปสรรคและวันเวลาที่โหดร้ายไปด้วยกัน

เป็นคนที่คอยส่งยิ้มให้กันในวันที่มีความสุขและคอยเช็ดน้ำตาหรือแม้กระทั่งร้องไห้ไปด้วยกันในวันที่ทุกข์แสนสาหัส แค่มีคนที่รักอยู่เคียงข้างไม่ว่าสิ่งใดพวกเขาก็พร้อมจะเผชิญ

ไม่ต้องมีคำพูดใดอีกระหว่างเขาทั้งสองคน ความรักที่ต่างฝ่ายมีให้กันดูจะเป็นคำอธิบายที่ดีที่สุด ไม่มากกว่านี้ ไม่น้อยกว่านี้ และเมื่อทุกอย่างตั้งอยู่บนพื้นฐานของความพอเหมาะพอดี ก็จะไม่มีฝ่ายใดรู้สึกว่าไกลห่างหรืออึดอัด

คราใดที่รู้สึกเร่งร้อนพวกเขาก็เรียนรู้ที่จะถอยห่างเพื่อให้สายลมพัดเอาความเย็นผ่านเข้าสู่หัวใจ คราใดที่รู้สึกเหน็บหนาวพวกเขาก็จะพาเอาหัวใจมาใกล้กันเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ความรัก ให้ความรักที่มีเป็นเกราะป้องกันความรู้สึกของคนสองคน

คยูฮยอนใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเอาน้ำตาออกไปจากพวงแก้มเนียน อีซองมินยังคงยิ้มแม้น้ำตาจะไหลเป็นทาง ไม่มีเสียงสะอื้น ไม่มีเสียงคร่ำครวญ เวลานั้นสิ่งที่คยูฮยอนได้ยินมีเพียงแค่เสียงหวานๆที่พร่ำบอกเขาว่า

..จะคิดถึงกัน..

 

 

 ..




........






::::::::::::: EVERYTHINGS I DO " IS LOVE " ::::::::::::::::::::






โจคยูฮยอนเลื่อนสายตาจากรอยยิ้มสดใสของคนที่อยู่ในกรอบรูปบนโต๊ะทำงานไปที่เอกสารกองขนาดย่อมด้วยความครุ่นคิด

ช่วงเช้าโจอาราเรียกเขาไปพบ เพื่อถามความเห็นเนื่องจากบริษัทสร้างหนังรายใหญ่ต้องการซื้อลิขสิทธ์หนังสือเล่มหนึ่งเพื่อนำไปทำเป็นบทภาพยนต์

หญิงสาวมอบหมายให้เขาเป็นผู้ตัดสินใจเกี่ยวกับงานนี้ โจอาราให้หนังสือเล่มนั้นกับเขาเพื่อมาอ่านประกอบการตัดสินใจ นวนิยายเล่มขนาดพอดีมือจากปลายปากกานักเขียนหน้าใหม่ของสำนักพิมพ์

เขาหอบหิ้วหนังสือเล่มนั้นกลับมาจากที่ทำงาน หวังจะใช้เวลาว่างในช่วงสองสามวันนี้อ่านให้จบ

ดังนั้นเมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วในขณะที่รออาหารเย็น โจคยูฮยอนจึงพาตัวเองเข้าไปในห้องหนังสือพร้อมกับนวนิยายเล่มที่ว่า มือหนาพลิกหน้าปกหนังสือผ่านไปที่หน้าแรก..แล้วปล่อยให้ตัวอักษรพาเข้าไปยังอีกโลกที่เขาคุ้นเคยมาทั้งชีวิต




เรื่องราวของเด็กสาวที่ต้องไปใช้ชีวิตในต่างแดนเพื่อพิสูจน์ตัวเองกับครอบครัวของคนรักดูจะคล้ายเรื่องของเขาอย่างน่าประหลาด เรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดออกมาจับใจคนอ่านเสียจนลืมเวลา..


โจอาราเคาะโต๊ะตัวเล็กตรงหน้าโซฟาที่น้องชายกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ ไม่เบานัก เมื่อเธอเรียกอีกฝ่ายเกินกว่าสามครั้งแต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะรู้ตัว

ดวงตาคมตวัดมองพี่สาวก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงๆเมื่อถูกรบกวน ก่อนจะชูหนังสือในมือขึ้นถามในสิ่งที่สงสัยด้วยดวงตาเป็นประกาย

"พี่..รู้จักคนที่เขียนหนังสือเล่มนี้ใช่ไหม" ใบหน้าสวยเฉียบของโจอารายกยิ้มใจดีอย่างที่เขาไม่ได้เห็นบ่อยนัก

หญิงสาวเดินมาหย่อนนั่งลงข้างๆน้องชาย มือเรียวเอื้อมไปลูบศีรษะของชายหนุ่มที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังเป็นน้องชายตัวน้อยของเธอเสมอ

"ไม่ใช่แค่พี่หรอกที่รู้จัก..เธอเองก็รู้จักเหมือนกัน" ชายหนุ่มมองพี่สาวด้วยสายตาเต็มไปด้วยคำถาม

"ทำไมผม..ไม่เคยรู้"

"เพราะเขาไม่เคยบอกไง"
"โจคยูฮยอน..เด็กคนนั้นรักษาคำพูดของเขาที่ให้ไว้กับคุณแม่ได้เป็นอย่างดี"


"ว่าแต่ อ่านไปถึงไหนแล้วล่ะ ท่าทางจะสนุกไม่น้อยนะเนี่ย เธอถึงได้ลืมเวลาลืมทานข้าวทานน้ำไปเลย" ได้ยินดังนั้นสายตาคมจึงเหลือบมองไปที่นาฬิกาเรือนสวยที่แขวนอยู่ตรงผนังห้อง เข็มยาวใกล้จะเดินไปถึงเลขสิบสองเต็มที ในขณะที่เข็มสั้นก็กำลังเดินไปที่จุดหมายเดียวกัน

คยูฮยอนหัวเราะแบบไม่มีเสียง นี่เขาใช้เวลาอยู่กับหนังสือเล่มนี้ไปนานแค่ไหนกัน

โจอาราเหลือบมองหนังสือในมือน้องชายด้วยความขบขัน ดูท่าจะจินตนาการถึงเด็กสาวในเรื่องจนเพลิน

"จะอ่านต่อให้จบหรือจะไปนอนก่อน" ร่างสูงก้มพิจารณาปริมาณแผ่นกระดาษส่วนที่เหลือที่เขาสอดนิ้วคั่นไว้

"พี่แนะนำว่าให้อ่านให้จบ แล้วพรุ่งนี้อนุญาตให้เข้างานสายได้หนึ่งวัน โอเคมั้ย ไปละ ง่วงมากๆ เมื่อกี้คุยกับโทรศัพท์กับซองมินนานไปหน่อย เลยเวลานอนไปเลย"ว่าจบหญิงสาวก็ยักคิ้วหลิ่วตาใส่หน้าน้องชายก่อนจะเดินตัวปลิวออกจากห้องหนังสือไป





โจคยูฮยอนปิดหนังสือลงเมื่อตัวหนังสือสุดท้ายผ่านสายตาไป ร่างสูงปิดเปลือกตาลงพร้อมกับเอนกายราบไปกับโซฟา

หนังสือในมือเพิ่งจะบอกเขาว่าอีซองมินรักโจคยูฮยอนมากมายเพียงใด คนรักของเขาถ่ายทอดเรื่องราวความรักระหว่างเจ้าของร้านหนังสือกับเด็กสาวที่เป็นพนักงานในร้านผ่านตัวหนังสือได้สวยงามยิ่งกว่าเรื่องราวใดๆที่เขาเคยอ่าน

ตอนนี้ความรู้สึกหลากหลายกำลังตีตื้นอยู่ในอกของเขา แต่ดูแล้วสิ่งที่ชัดเจนที่สุดคงจะเป็นความรักที่มีต่อเจ้าของหนังสือ มือหนายกหนังสือเล่มเล็กขึ้นสำรวจอีกครั้ง

หน้าปกหนังสือที่เห็นเป็นรูปร้านหนังสือรูปทรงสวยงามสีอิฐ ที่ไม่ว่าจะมองมุมใดก็คุ้นใจไปเสียทุกด้าน อีซองมินใส่ใจรายละเอียดแม้กระทั่งหน้าปกหนังสือ..แล้วเมื่อพลิกไปดูปกหลังคราวนี้คนที่นอนอยู่จึงลุกขึ้นนั่งก่อนจะอ่านถ้อยคำที่พิมพ์ไว้บนปกหลังอีกครั้ง

หากไม่มีมือนี้คอยประคองไว้..ผมคงเดินทางมาไม่ถึงวันนี้ ขอบคุณความรักที่ดีที่สุดเท่าที่ชีวิตของคนคนหนึ่งจะมีให้ใครสักคนได้..ขอบคุณ คุณเจ้าของร้านคนนั้น.. จากนี้ไปผมสัญญาว่าจะรักษาความรักของเราให้ดีที่สุด.. อีซองมิน

ฉากหลังของตัวหนังสือเป็นภาพวาดมือคู่หนึ่งที่เกี่ยวกันไว้ให้เห็นลางๆ

โจคยูฮยอนเงยหน้าขึ้นสูง บังคับสายตาให้มองเพดานสีขาวสะอาดตาก่อนที่ความตื้นตันจะพากันแสดงตัวออกมาในรูปแบบของหยาดน้ำที่กำลังกลบดวงตาทั้งสองข้าง

มือหนากอดหนังสือเล่มเล็กเข้ากับอกกว้าง สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้มีค่ามากกว่าหนังสือเล่มใดๆ..ไม่ได้เป็นเพราะรูปเล่มที่สวยงาม ไม่ใช่ตัวอักษรหลากหลาย.. หากแต่เป็นความรู้สึกที่คนรักของเขาใช้มันเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ต่างหาก

" IS LOVE " ของขวัญล้ำค่าจากอีซองมิน


ร่างสูงพาตัวเองไปที่โต๊ะทำงาน เปิดกระเป๋าก่อนจะหยิบเอกสารสัญญาขึ้นมาอ่านให้ละเอียดอีกครั้ง..มือหนาจรดปลายปากกาลงกับแผ่นกระดาษสำคัญ..

หลังจากนี้ชีวิตของอีซองมินจะเปลี่ยนแปลงตลอดไป ..

ยินดีด้วยนะครับ คุณนักเขียนคนเก่งของผม..






::::::::::::: EVERYTHINGS I DO " IS LOVE " ::::::::::::::::::::






กรุ๊ง กริ๊ง ~ ~


เสียงกระดิ่งพวงน้อยที่แขวนอยู่ตรงประตูดังขึ้นเป็นสัญญาณว่ามีคนเข้ามาในร้าน อิมดาจองที่กำลังเรียงหนังสืออยู่บนชั้นส่งเสียงสวัสดีมาก่อนตัว เด็กสาวตัวโตชะงักอยู่กับที่เมื่อสายตาสบเข้ากับเจ้าของร่างที่ยืนยิ้มมาจากหน้าเคาเตอร์

"ส ..สวัสดีค่ะ.." เด็กสาวพยายามมองคุณลูกค้ารายล่าสุดผ่านม่านน้ำตา พี่ซองมินของเธอ..ยืนอยู่ตรงหน้า อิมดาจองไม่ได้ฝันไปใช่ไหม

"สวัสดีครับ" ร่างเล็กสมส่วนของพี่ชายไอดอลก้าวเข้ามาใกล้ ดาจองปาดน้ำตาทิ้งลวกๆ แล้วเดินอ้อมเคาเตอร์ไปหาอีกฝ่าย แล้วโดยไม่มีการรั้งรอเด็กสาวโผเข้ากอดพี่ชายตัวเล็กจนซองมินเซไปข้างหลังพร้อมเสียงหัวเราะ

"คิดถึงพี่ซองมินที่สุดเลย"

"พี่ก็คิดถึงดาจองเหมือนกัน อะไรกัน อย่าร้องไห้สิดาจองเจอหน้าพี่ไม่ดีใจหรือไง"

"โธ่ ดาจองร้องไห้เพราะดีใจต่างหากละคะ" อีซองมินยิ้มกว้างกับคำพูดนั้นก่อนจะใช้สองมือประคองใบหน้าน้องสาวไว้

"อย่าร้องนะ พี่ชอบเวลาที่ดาจองยิ้มมากกว่า.."แค่นั้นเองน้ำตาที่ไหลทะลักออกมามากมายก็หยุดไหลราวกับสั่งได้ อิมดาจองใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาเสร็จก็ลากเอาพี่ชายตัวเล็กขึ้นไปนั่งบนชั้นสอง

เด็กสาวมองสำรวจพี่ชายตัวเล็กจนเต็มตาแล้วก็พบว่าพี่ชายของเธอเพิ่งออกมาจากสนามบิน ดาจองจะกรี๊ดดีไหมที่ได้เจอพี่ซองมินเป็นคนแรก

"แล้วนี่พี่ซองมินเจอพี่คยูฮยอนหรือยังคะ หรือว่าพี่คยูฮยอนไปรับมา" พี่ชายตัวเล็กของดาจองส่ายหน้า

นั่นสิ ลองว่าถ้าพี่คยูฮยอนไปรับมา รายนั้นไม่ปล่อยพี่ชายเธอให้มาเดินเตร็ดเตร่คนเดียวแบบนี้แน่ๆ

"ยังหรอก..พี่มาที่นี่ก่อนน่ะ พอดีจะรีบมาทำธุระ.."

"ธุระอะไรคะ สำคัญขนาดนั้นเลยหรือ" ซองมินพยักหน้ารับพร้อมกับกลั้นยิ้มไปด้วย

"ต้องมากรอกใบสมัครงานไว้ก่อน ตำแหน่งพนักงานดูแลร้านยังว่างใช่ไหม"อิมดาจองบู้ปากใส่มุขแป้กของพี่ชายไอดอล

"ตำแหน่งพนักงานดูแลร้านไม่ว่างแล้ว ตอนนี้เหลือแค่ตำแหน่งพนักงานดูแลเจ้าของร้าน .. สนใจไหม"


"....................."


เสียงทุ้มที่ดังมาจากบันไดเรียกให้คนที่นั่งคุยกันหันไปหา เจ้าของร่างสูงยืนล้วงกระเป๋ามองคนตัวเล็กด้วยสายตาเรียบนิ่ง

อิมดาจองหัวเราะคิกกับมุขที่แป้กกว่า เด็กสาวกุลีกุจอลุกขึ้น พึมพำว่าจะไปทำงานต่อแล้วจึงวิ่งดุ๊กๆหายลงบันไดไป





ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้คนตัวเล็ก ยื่นมือมาตรงหน้าและเมื่อซองมินวางมือลงไป คยูฮยอนก็ฉุดเอาร่างคนรักลุกขึ้นก่อนจะจับจูงอีกฝ่ายไปยังชั้นสาม

เมื่อประตูห้องนอนปิดลงอีซองมินก็ถูกขังอยู่ในวงแขนแกร่ง คยูฮยอนวางแขนลงกับบานประตูทั้งสองข้าง จับจ้องใบหน้าเนียนใสของคนที่พยายามแนบแผ่นหลังไปกับประตูบานสวย อกเล็กกระเพื่อมขึ้นลงเป็นจังหวะหายใจ

"มาถึงแล้วทำไมไม่บอก" คนตัวเล็กยิ้มหยีจนแก้มกลมบ๊อก

"ผมแค่อยากเซอไพรซ์คุณคยูฮยอน.." เซอไพร์ซ์งั้นหรือ เซอไพรซ์ที่สุดเลยล่ะอีซองมิน โจคยูฮยอนบอกไม่ถูกว่ารู้สึกดีใจหรือตื้นเต้นมากกว่ากันในยามที่เข้ามาในร้านแล้วพบว่าไม่มีใครอยู่ที่ชั้นล่างเลย และเมื่อเดินตามเสียงคุยขึ้นมาที่ชั้นสองก็พบคนที่บอกว่าจะเดินทางกลับจากอเมริกาต้นเดือนหน้า มานั่งจ้อกับอิมดาจอง

วินาทีนั้นโจคยูฮยอนแทบจะล้มลงไปกับขั้นบันได ทำไมอีซองมินชอบทำให้เขาตกใจจนเกือบจะหยุดหายใจแบบนี้กัน



ดวงตาคมหวานจ้องมองกลีบปากแดงเรื่ออย่างมีความหมาย คนตัวเล็กมองตาอีกฝ่ายแล้วก็ต้องก้มหลบ คยูฮยอนเชยคางเล็กขึ้นมาด้วยปลายนิ้วแกร่ง

"จูบได้ไหม" อีซองมินกัดริมฝีปากเมื่อถูกอีกฝ่ายถามด้วยคำถามที่เขาคิดว่าใจร้ายที่สุด เรื่องแบบนี้ใครเขาให้ถามกันนะ

"ไม่ได้งั้นหรือ.."ดวงตากลมใสจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของคุณเจ้าของร้าน เอียงคอน้อยๆอย่างที่ชอบทำเวลาต้องการหาคำตอบ

"ไม่ได้ครับ" สิ้นเสียงปฏิเสธ เรียวปากเล็กก็ถูกกดทับลงมาทันที คยูฮยอนแนบริมฝีปากลงไปก่อนจะบดเบียดเอาความอ่อนนุ่มหวานหอมอย่างที่ปรารถนา

เรียวลิ้นที่ส่งไปดูดชิมในโพรงปากเล็กกวาดต้อนเอาสิ่งที่เป็นของเขาโดยชอบธรรม วงแขนแกร่งเปลี่ยนมาโอบรอบเอวบาง รั้งร่างในอ้อมกอดไปที่เตียงหลังใหญ่ ซองมินถูกจับให้นอนราบไปกับเตียงคราใดก็ไม่ทันได้รู้ตัว ร่างเล็กถูกทาบทับลงไปด้วยเรือนร่างสูงใหญ่ของคนรัก

ใบหน้าคมซุกลงไปที่ซอกคอหอมกรุ่นของคนที่นอนหอบหายใจอยู่ หลังจากที่ถูกช่วงชิงอากาศจนแทบจะหมดปอด มือน้อยพยายามจะยันคนหน้ามืดออกจากกาย

"คุณคยูฮยอน อย่าเพิ่งครับ..คยู.."เสียงหวานขาดๆหายๆด้วยสัมผัสร้อนแรงจากร่างสูงที่กำลังตั้งหน้าเก็บกลืนความหอมหวาน

"คยูฮยอน..คุณคยู..อ๊ะ.."

".........."

"ฮยอง.."

คราวนี้ใบหน้าคมเงยขึ้นมองคนเรียกทันที คำเรียกขานที่ดูไม่คุ้นหูแต่กระแทกใจคนฟัง ช่วยชีวิตอีซองมินไว้ได้ทันก่อนที่คุณเจ้าของร้านจะกระทำการอุกอาจไปมากกว่านี้

ซองมินอาศัยช่วงที่คุณเจ้าของร้านชะงัก ถดตัวขึ้นนั่งทำให้อีกฝ่ายต้องลุกขึ้นมานั่งตาม ดวงตากลมช้อนมองอีกฝ่ายนิ่ง


"เป็นอะไรไปครับ" คนตัวสูงไม่ตอบแต่กลับเอนตัวลงวางศีรษะหนุนตักเล็กก่อนจะคว้ามือนุ่มขึ้นมามากดจูบลงไปที่ฝ่ามือน้อย

"เมื่อกี้เรียกผมว่าไงนะ"ซองมินอมยิ้มแก้มตุ่ย

"ฮยอง.." ภาพเด็กชายตัวเล็กในชุดนักเรียนผุดขึ้นมาในห้วงความคิดอีกครั้ง อีซองมินเพิ่งเรียกเขาว่าฮยอง ทั้งๆที่เขาอยากได้ยินคำนี้มา-กว่าสิบปี ..

ผู้ชายอย่างโจคยูฮยอนเฝ้ารอคนคนเดียวมามากกว่าสิบปีงั้นหรือ..ทั้งๆที่ผ่านอะไรมามากมายแต่เวลานี้เขากลับรู้สึกราวกับว่าเพิ่งลงแข่งบาสเกตบอลไปเมื่อวานนี่เอง


"ขอโทษที่ทำให้ซองมินตกใจ ผมคงคิดถึงซองมินมากไป" ซองมินมองคนที่นอนหลับตาหนุนตักตัวเองแล้วก็ต้องส่ายหน้า เมื่อไหร่ที่คุณเจ้าของร้านอยากเป็นเด็กเอาแต่ใจ คุณชายเธอก็ตีบทแตกได้อย่างน่าหมั่นไส้ไม่แพ้ใครๆเลย


ซองมินใช้มือข้างที่เหลือเกลี่ยผมที่ปกอยู่บนหน้าผากกว้างของอีกฝ่ายออก ก่อนจะโน้มตัวลงไปจูบเบาๆ ริมฝีปากบางแตะจูบไล่ไปเรื่อยๆจากหน้าผาก ไล้ไปตามสันจมูกโด่งคม ต่ำลงไปจรดกับริมฝีปากร้อนที่เผยอขึ้นมารับจูบอ่อนหวานของซองมินก่อนที่จะเป็นฝ่ายลุกไล่เอาความหอมหวานจากคนที่เป็นฝ่ายเริ่มเสียเอง


ผ่านไปเนิ่นนานในความรู้สึก ในที่สุดคุณเจ้าของร้านก็หยุดจูบซองมินแบบมาราธอนเสียที ซองมินได้แต่-งงตัวเอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาเป็นฝ่ายนั่งให้เด็กเอาใจแต่หนุนตัก แต่ดูสภาพตอนนี้สิ..อีซองมินเข้ามานอนซุกอยู่ในอกคุณเจ้าของร้านตอนไหนไม่ทันได้รู้ตัวจริงๆ

คนตัวเล็กพลิกตัวหันหลังให้อีกฝ่ายก่อนจะถูกดึงไปกอดจนแผ่นหลังเล็กแนบสนิทไปกับอกกว้าง


"ง่วงหรือซองมิน"

"ครับ..เหนื่อยจัง" ดูท่าจะเหนื่อยจริง ยิ่งพูดตาคู่สวยก็ยิ่งจะปรี่ปรือลง ซองมินข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงเกาหลี ที่ตรงมาที่ร้านก่อนเป้นอันดับแรกก็เพราะอยากพักผ่อนเต็มกำลัง แต่ดูเอาเถอะ..

"อยากเหนื่อยมากกว่านี้ไหม" เสียงแหบพร่ากระซิบถามริมหูบางทำเอาซองมินขนลุกเกรียว

แค่จูบต้อนรับกลับบ้านเขายังเกือบจะหมดลมอยู่แล้ว ขืนคุณเจ้าของร้านคึกอยากทำอย่างอื่นมากกว่านี้ เห็นทีซองมินต้องออกแรงเตือนด้วยศิลปะป้องกันตัวซักยกสองยก!!


เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบโจคยูฮยอนจึงลุกขึ้นจากเตียง จัดผ้าห่ม ปรับเครื่องปรับอากาศให้อุณหภูมิเหมาะสมกับคนนอนแล้วจึงกดจมูกลงกับผิวแก้มเนียน

"ผมกลับไปทำงานก่อนนะ แล้วตอนเย็นจะมารับไปทานข้าวที่บ้าน" ซองมินได้ยินดังนั้นก็รีบครางรับแล้วซุกหน้าลงกับหมอนพาตัวเองเข้าสู่โลกแห่งความฝันทันที..




::::::::::::: EVERYTHINGS I DO " IS LOVE " ::::::::::::::::::::



แสงแฟลชวูบวาบเต็มไปทั่วบริเวณงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนต์รักโรแมนติกแห่งปีที่มีชื่อเรื่องเหมือนกับชื่อหนังสือว่า "IS LOVE"

อีซองมินรู้สึกเวียนหัวกับแสงแฟลชเหล่านี้เสียจนลืมยิ้ม แต่ดูท่าคนที่เดินข้างๆเขาจะชอบใจนัก โจอาราส่งยิ้มทักทายสื่อจากทุกสำนักอย่างมืออาชีพ

หญิงสาวเป็นตัวแทนจากสำนักพิมพ์เจ้าของหนังสือที่ได้รับเชิญจากบริษัทผู้ผลิตภาพยนต์ ส่วนอีซองมินได้รับเชิญเข้าร่วมงานในฐานะผู้สรรค์สร้างนวนิยายเรื่องเยี่ยมที่ถูกหยิบมาเป็นบทภาพยนต์

สื่อหลายสำนักดูจะให้ความสนใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอีซองมินและโจอารามากกว่าที่คิด คำถามทั้งหลายล้วนแล้วแต่เกี่ยวกับรูปที่เคยถูกถ่ายได้จากอีกซีกโลก ยิ่งหญิงสาวแสดงอาการเขินอายก็ยิ่งถูกใจช่างภาพที่ต้องการท่าทางแบบนี้เพื่อเป็นหลักฐานมัดความสัมพันธ์

ซองมินยืนยิ้มมองอีกฝ่ายอย่างขบขันพร้อมกับนึกสงสารช่างภาพเป็นกำลัง ใครจะรู้ว่าสิ่งที่โจอาราทำไปทั้งหมดนี้ก็เพื่อแกล้งน้องชายเพียงคนเดียวที่ถูกเธอส่งไปประชุมที่ญี่ปุ่นเมื่อสองวันก่อน



....




.......


"รูปสวยนะ"หนังสือพิมพ์รายวันถูกส่งมาตรงหน้า ซองมินมองรอยยิ้มของตนเองบนแผ่นกระดาษก่อนจะยิ้มกริ่มให้คนที่เพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่นเมื่อวานตอนเย็น

"ก็พี่อาราสวยนี่ครับ" คยูฮยอนเบ้หน้าในขณะที่ยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบ ร่างสูงนั่งละเลียดกาแฟกับขนมปังที่เป็นอาหารของเช้าวันนี้ก่อนจะออกไปทำงานในวันสุดท้ายของสัปดาห์

"เที่ยงนี้ ผมประชุมนะ คงไม่ได้ลงมาทานข้าวด้วย"

"ครับ แล้วเย็นนี้ฮยองจะกลับไปนอนบ้านใหญ่หรือนอนที่นี่" ชายหนุ่มวางแก้วกาแฟเปล่าลงกับโต๊ะ แล้วหยิบขนมปังปิ้งไปแทะต่ออีกแผ่น

ทุกสุดสัปดาห์โจคยูฮยอนจะต้องกลับไปนอนที่บ้าน จากที่วันธรรมดาคุณชายเธอจะใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่ร้านหนังสือ

"คุณแม่อยากเจอซองมินน่ะ ท่านบ่นคิดถึงใหญ่เลย" นั่นสินะ พอเสร็จจากงานเปิดตัวภาพยนต์ นิตยสารมากหน้าหลายตาต่างก็แย่งกันสัมภาษณ์ซองมินกันใหญ่ ช่วงนี้อีซองมินเลยกลายเป็นคนดังชั่วคราว ส่วนเหตุผลหลักๆก็คงเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขากับลูกสาวบ้านตระกูลโจ เรื่องตลกร้ายกาจของคุณพี่สาวคนสวย

"โอเคครับ งั้นคืนนี้เราไปนอนบ้านใหญ่กัน"


"งั้นเย็นนี้ชวนดาจองปิดร้านเร็วหน่อยนะ เผื่อแฟนสาวของซองมินเขาอยากทดลองเค้กสูตรใหม่" คนถูกประชดหัวเราะคิก ร่างเล็กลุกขึ้นยืนเมื่อโจคยูฮยอนจัดการอาหารเช้าเสร็จแล้ว อีซองมินยืดตัวขึ้นกดจมูกลงบนแก้มของคนขี้น้อยใจแรงๆทั้งสองข้าง


"ตั้งใจทำงานนะครับ แล้วก็ไม่ต้องไปชวนพี่อาราทะเลาะ เพราะยังไงฮยองก็แพ้ทุกที" ชายหนุ่มไม่ยอมรับคำ แต่กลับทำอย่างที่ซองมินทำบ้าง แก้มกลมๆขึ้นสีระเรื่อน่ามองเมื่ออีกฝ่ายฝากอีกจูบไว้ที่ริมฝีปากเล็ก


"แบบนี้ค่อยมีแรงทำงานหน่อย" ใช่สิ..ดูดพลังเขาไปจนหมดแล้วนี่

อีซองมินดันหลังร่างสูงออกไปที่หน้าร้านโบกมือลาอย่างที่ทำมาทุกวัน ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในร้านเพื่อเก็บของแล้วจึงเริ่มเตรียมตัวเปิดร้านหนังสือซึ่งเป็นงานประจำของพนักงานดูแลร้านอย่างซองมินที่ตอนนี้ต้องทำควบคู่กับการเป็นพนักงานดูแลคุณเจ้าของร้าน..

ชีวิตของซองมินกำลังเริ่มต้นขึ้นอีกวัน..



กรุ๊ง กริ๊ง ~ ~


"ร้านหนังสือมิสเตอร์โจยินดีต้อนรับครับ.."













END[LESS]

 






* หน้าที่ของเราเสร็จสิ้นแล้ว แต่หน้าที่ของคุณเจ้าของร้านกับคุณพนักานตัวกลมกำลังเริ่มต้น..อวยพรให้คนทั้งคู่ด้วยนะคะ ^^

* ขอบคุณทุกๆคอมเม้นที่ใส่ใจเป็นอย่างดี รวมไปถึงหลายๆคนที่เข้ามาอ่านแต่ไม่ได้ทิ้งคอมเม้นไว้ แค่เข้ามาอ่านแล้วกลับออกไปพร้อมรอยยิ้มเราก็ดีใจแล้วค่ะ

* ขอบคุณหลายๆคนที่รักฟิกเรื่องนี้ ขอบคุณที่เป็นทั้งรีดเดอร์และคอมเมนเตเตอร์ที่น่ารักสำหรับเรา

* ขอบคุณขนุนน้อยสำหรับคำแนะนำและทุกอย่างค่ะ ขอบคุณพี่ดาที่คอยอ่านและแก้คำผิดให้เป็นประจำค่ะ^^

* อ้อ..ใครมีคำถามเกี่ยวกับฟิกเรื่องนี้ เราเปิดโอกาสให้คุณทิ้งคำถามไว้ในคอมเม้นได้ค่ะ แล้ววันที่เอาตอนพิเศษมาลงเราจะกลับมาตอบให้ ใครอยากรู้อะไรถามได้ทุกอย่าง^^

* ขอเวลาไปเตรียมตอนพิเศษซึ่งอาจจะนานเป็นพิเศษ แต่เราจะกลับมาพร้อมกับรายละเอียดการจองหนังสือ IS LOVE ใครที่ยกมือบอกว่าสนใจการรวมเล่ม วันนี้ช่วยแสดงตัวอีกครั้งนะคะ เราอยากรู้จำนวนคร่าวๆค่ะ


* ตั้งแต่ต้นตจนจบ เรื่องทุกอย่าง สถานที่ทุกแห่ง เกิดจากจินตนาการของเราทั้งสิ้น .. เพราะฉะนั้นแยกให้ออกระหว่างฟิกชั่นกับความเป็นจริงนะคะ

* แล้วพบกันในเรื่องต่อไปค่ะ

* รักคุณ ^^

 

 

 

ของแถม คริคริ คุณอีเล่นกีตาร์ให้ฟัง~~~

คุณอีคะ..โลกของเราเป็นสีชมพู๊ววววว

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เคี๊ยกกกกกกกกก

ดีใจจริงๆเลย เข้าบล็อกมาก็เจอตอนจบ

อุฮิกิ๊วก๊าว (อินี่ชักจะเมนท์ไม่รู้เรื่องเข้าไปทุกวัน)

บรรยากาศฟิคตอนนี้ช่างเข้ากับธีมบล็อกเสียนี่กระไร ทุกอย่างรอบกายคุณเจ้าของร้านกับคุณพนักงานดูเป็นสีชมพู๊ววว ชมพู

คนอ่านรู้สึกแสบตาเป็นอย่างยิ่ง คริๆ

ปล. ดาจองน่ารักงิ
ปลล. พี่อาราเริ่ดที่สุดในโลกหล้า~

#1 By ::.::Taraki::.:: on 2009-09-06 12:40

ดีใจมากมาย...มีความสุขจังขอบคุณนะคะ...

#2 By (58.137.217.251) on 2009-09-06 16:13

จบแล้ว จบแล้วสินะ

เห็นว่าอัพแล้ว แต่อยากทิ้งช่วงสักพัก ค่อยมาอ่าน เพราะมันเกิดความรู้สึกว่า ไม่อยากให้มันจบเลย

อ่านจนจบแล้ว รู้สึกได้เลย ว่าตอนนี้ เป็นตอนที่ดีที่สุดในเรื่อง จริงๆ อยากจะบอกว่า ตั้งแต่อ่านมา รวมถึงเรื่องอื่นๆ ด้วย พี่ชอบตอนนี้มากที่สุดค่ะ ทั้งพลอต ทั้งภาษา ทั้งการเขียนเล่าเรื่อง อ่านแล้วมีแต่ความรู้สึก ดี ดี เต็มหัวใจไปหมดเลยค่ะ

อ่านฟิคเรื่องนี้แล้ว รู้สึกว่า รักตัวละครผู้หญิงในเรื่องนี้ทั้งหมดเลยค่ะ (เว้นไว้คนนึงที่บังอาจทำซองมินเจ็บพุง แต่ก็นะ ถ้าไม่มีเธอคนนั้น คุณเจ้าของร้านก็คงไม่ได้มีซองมินในวันนี้ก็ได้) ทั้งคุณชิอากิที่แสนดี, คุณแม่ที่อยากให้คนที่มาเป็นคู่ครองของลูกชายจะต้องมีคุณสมบัติที่คู่ควรด้วย, น้องดาจองที่คนอ่าน อ่านทีไร แล้วเผลอนึกว่าเป็นคนแต่งทุกทีเลย 555+

และที่สำคัญ ที่ขาดไม่ได้ คือ ผู้หญิงคนนี้ พี่โจอารา แสนสวยของโจคยูกี้นี่เอง ไม่มีคำจำกัดความให้ผู้หญิงคนนี้ นอกจากว่า " โจ อารา ชนะเริ่ดดดด~ " อ่านไปอ่านมา แอบลุ้นให้มีบทของอาราเพิ่มขึ้น ๆ ด้วยซ้ำ XD

อ่านตอนนี้ มีครบหมดทุกรส ทั้งกดดัน ทั้งแอบอมยิ้ม ทั้งแอบเคลิ้มกับฉากหวาม ที่แสนหวานนนนนนนน และที่สำคัญ คือ แอบน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว ไปพร้อม ๆ กับน้ำตาของคุณพนักงานตัวกลม ที่ไหลออกมาเปื้อนเสื้อคุณเจ้าของร้านตัวโต

ขอบคุณน้องตูนนะคะ ที่แต่งฟิคดี ๆ เรื่องนี้มาให้ได้อ่านกันค่ะ

ปล. พี่แอบปลื้มทุกครั้ง เมื่อได้เห็นชื่อตัวเองในไรท์เตอร์ทอล์คค่ะ >_<~

#3 By ~~~ D a B a D e E ~~~ on 2009-09-06 23:16



หล่อน

ตอนพิเศษเค้าก็เก็บไว้ลงกันในหนังสือสิยะ จะเอามาลงทำไมในบล็อคก่อนละ หรือหล่อนจะแต่งตอนพิเศษหลายตอน...???


แนะนำว่าให้เก็บไว้เป็นความพิเศษสำหรับคนที่ซื้อหนังสือเถอะ

#4 By Popsical_Kwan on 2009-09-07 08:29

อ่านไป ก้ยิ้มไป
รอตอนพิเศษ
และรอ รวมเล่มนะคะ
สั่งแน่นอนค่ะ

รักคุณเจ้าของร้านและพนักงานตัวกลม
ที่สำคัญรักไรท์เตอร์ เหมือนกันนะคะที่แต่งเรื่องที่น่ารักแบบนี้ออกมา ชอบค่ะ ไม่เหมือนฟิคเรื่องอื่นที่อ่านมาดี

#5 By moomoo (124.122.218.15) on 2009-09-07 22:37



จองหนึ่งเล่ม!


จะเอามานอนอ่านเคลิ้มๆ ~~~~

#6 By Fanismz on 2009-09-08 13:00

ชูมือขึ้นแระหมุนๆ

จองค่ะ

ยังอ่านไม่หมด เพราะอยากอ่านในมเล่ม อิอิ

เมลล์นะคะ

pong_pang-8@hotmail.com

#7 By nuruto (118.175.5.27) on 2009-09-10 14:39

จบแล้วววววววว
น่ารักที่สุด ทั้งคุณเจ้าของร้าน แล้วก็คุณนักเขียน
บรรยากาศช่างหวานชื่น รื่นรมย์ ประหนึ่งได้ดื่มน้ำหวานเฮลบลูบอยส์

ชอบคุณพี่อาราที่สุด ทุกอย่างราบรื่นขนาดนี้ เป็นฝีมือคุณเธอกว่า 90 %

รักคนเขียนที่สุด
สนุกมากๆ เลยค่ะ

รอติดตามเรื่องต่อไป

#8 By ตาหวาน (114.128.109.120) on 2009-09-21 15:24

อร๊ายยยยย
แบบทุกอยางมันดีหมด
แต่งฟิคเก่งจังค่ะ

ชอบๆๆ
แต่งอีกนะคะ ^^

#9 By Jiinz (114.128.25.2) on 2009-10-05 20:28

อ่านแบบรวดเดียวจบ เรื่องนี้สนุกมากๆเลยนะคะ
ดำเนินเรื่องแบบหวานแหววโรแมนติกมากเลยค่ะ
จะติดตามผลงานเรื่องต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆนะคะ

#10 By nsummern (203.131.211.146) on 2009-10-07 22:29

จบแย้ว

เหอๆ น่ารักอ่ะ

อ่านไปยิ้มไป

เหมือนคนบ้านเลยเรา

ชอบพี่อาราอ่ะน่ารักดี

#11 By Gigss (124.157.214.168) on 2009-10-29 01:56