[Fic]::IS LOVE:: 06 [KM]
posted on 30 Jun 2009 20:25 by story-sunn in KYUMIN-FICTION
Title : IS LOVE
Couple : Cho Kyuhyun x Lee Sungmin
PART 06
ซองมินสะดุ้งตื่นในความมืดเมื่อรู้สึกว่าอ้อมแขนที่โอบกอดตัวเองอยู่ร้อนมากกว่าปกติ คนตัวเล็กค่อยๆยกแขนที่พาดอยู่ตรงหน้าท้องออก แล้ววางลงเบาๆ
มือน้อยไล้ไปตามแก้มของคนนอน แตะวัดอุณหภูมิตรงลำคออีกฝ่ายอยู่ชั่วครู่ 'ร้อนมาก'
ซองมินรีบผุดลุกขึ้นจากเตียง เปิดไฟในห้องให้สว่างแล้วจึงมองหน้าอีกฝ่ายชัดๆ
หน้าคุณเจ้าของร้านแดงก่ำ ขาเล็กก้าวเร็วๆไปหยิบเอาผ้าขนหนูผืนเดิมที่ตากทิ้งไว้ออกมาพร้อมกับกะละมังใบเล็กกับน้ำเย็น
ซองมินใช้ผ้าชุบน้ำเย็นจัดเช็ดไปตามใบหน้าและลำคอของคยูฮยอน
ร่างสูงส่ายหน้าเบาๆเมื่อถูกรบกวนการนอน ดวงตาคมหรี่ปรือขึ้นมองซองมินช้าๆ
"หนาว.." ซองมินยิ้มให้กับคำตัดพ้อเล็กๆ
มือน้อยแกะกระดุมเสื้ออีกฝ่ายออก เพื่อจะได้เช็ดตัวสะดวกขึ้นแต่คนป่วยตัวโตกลับคว้ามือซองมินไว้ "ซองมิน..หนาว.."
"ทนนิดนึงนะครับ ตัวคุณคยูฮยอนร้อนมาก" ซองมินค่อยๆบิดมืออกจากการเกาะกุม นิ้วเรียวแหวกสาบเสื้ออีกฝ่ายให้กว้างขึ้น
วางผ้าเย็นๆลงบนอกกว้างแล้วกวาดเช็ดไปจนทั่วพื้นผิวขาวจัด เพื่อให้ความเย็นของผ้าแผ่ซึมดับไอร้อนจากพิษไข้
คยูฮยอนเผยอตามองคนที่ปฐมพยาบาลให้เขาแล้วก็ยิ้มบางๆ ใบหน้าเล็กขมวดมุ่น คิ้วเรียวโก่งโค้ง บ่งบอกถึงความตั้งใจของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี
เห็นแบบนี้แล้วโจคยูฮยอนอยากจะป่วยสักเดือนสองเดือน
ซองมินเช็ดตัวอีกฝ่ายแล้วก็ติดกระดุมเสื้อให้ดังเดิม ยกของไปเก็บแล้วก็แวะหยิบนมกล่องออกมาจากตู้เย็นหลังเล็กตรงมุมห้อง
"ดื่มนี่ก่อนนะครับ แล้วจะได้กินยา" คยูฮยอนมองกล่องนมที่เจาะเรียบร้อยแล้วก็รับมาดูดรวดเดียวหมด
มือหนายื่นกล่องนมเปล่าคืนให้คนที่ยืนรอแลกกับยาแก้ไข้สองเม็ดกับน้ำเปล่าอีกหนึ่งแก้ว..
หลังจากกินยาเสร็จซองมินก็จัดแจงให้คนไข้ตัวโตนอน พร้อมกับห่มผ้าให้เรียบร้อย คนตัวเล็กเปิดโคมไฟหัวเตียง หรี่ลงจนได้ระดับพอดี
เหลือบมองนาฬิกาเรือนโตบนผนังแวบหนึ่ง แล้วจึงปิดไฟดวงใหญ่กลางห้อง
"นอนเถอะครับ"
คยูฮยอนมองหน้าคนที่บอกให้เขานอนแต่ตัวเองกลับลากเอาแลปท้อปตัวเล็กมาเปิด
"ทำไมไม่นอนซองมิน" ซองมินคลายยิ้มส่ายหน้าเบาๆ
"คุณคยูฮยอนนอนเถอะครับเดี๋ยวจะไข้หนัก ตอนนี้ผมหายง่วงแล้วหล่ะ ขอเล่นเกมส์นิดนึงแล้วเดี๋ยวจะนอน" คยูฮยอนมองคนที่นั่งอยู่หลังแลปท้อปแล้วก็พยักหน้าตามใจ
แล้วด้วยฤทธิ์ยาเพียงไม่นานคนไข้ตัวโตก็ผล็อยหลับไป
ซองมินนั่งเล่นเกมส์ไปเรื่อยๆ จนครบครึ่งชั่วโมงก็เดินไปหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดให้ตัวคนป่วย เสร็จแล้วก็กลับมานั่งเล่นเกมส์ต่อ..
คนตัวเล็กทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนเกือบตีสี่อุณหภูมิในร่างกายคุณเจ้าของร้านถึงลดลงในระดับที่ซองมินพอใจ
คนตัวเล็กจัดการเซฟเกมส์ เก็บแลปท้อปแล้วจึงกลับขึ้นไปนอนบนเตียงเหมือนเดิม
..
.....
แสงแดดอ่อนๆที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามาทำให้คนนอนเริ่มรู้สึกตัว..
โจคยูฮยอนขยับตัวเบาๆ หรี่ตาขึ้นมองเพดานห้องก่อนจะกวาดสายตาหาอีซองมิน
ใบหน้าคมยกยิ้มบางๆเมื่อพบว่าคนที่ตามหานอนซุกอยู่ตรงเอวเขา แขนเล็กกอดหมอนที่ใช้หนุนแน่น
ดวงตากลมโตยังคงพริ้มหลับ..ท่าทางจะฝันดีไม่น้อย
ร่างสูงค่อยๆยันตัวขึ้น พยายามทำทุกอย่างให้เบาที่สุดเนื่องจากไม่อยากรบกวนคนนอน
ใบหน้ากลมอิ่มดูน่ารักขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อมีผมทรงรังนกเป็นแบ็คกราวด์
ถ้าตื่นขึ้นมาตอนเช้าแล้วมีคน(น่า)รักให้มองเห็นเป็นสิ่งแรก ทุกเช้าของโจคยูฮยอนคงสดใสโดยไม่ต้องพึ่งกาแฟสูตรไหนทั้งนั้น
ชายหนุ่มค่อยๆย่องลงจากเตียงเดินเข้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ เมื่อเห็นว่าเข็มสั้นบนหน้าปัดนาฬิกาเดินไปเกือบจะถึงเลขแปดแล้ว
อาการมึนศีรษะเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยแถมตัวก็ไม่ร้อนมากแล้ว คนป่วยจึงตัดสินใจเดินเลยเข้าไปในโซนเปียกเพื่ออาบน้ำให้สดชื่น
เมื่อกลับออกมาคยูฮยอนก็พบว่าซองมินยังคงหลับอยู่ ร่างสูงจึงตัดสินใจลากเอาแลปท้อปของอีกฝ่ายออกมาเปิดบ้าง
เขาเข้าไปเล่นเกมส์ล่าสุดที่เจ้าของแลปท้อปเล่นค้างไว้แล้วสายตาคมก็ไปสะดุดกับเวลาเซฟเกมส์..ตีสี่งั้นหรือ..
คยูฮยอนนั่งเล่นเกมส์ไปเรื่อยๆรอเวลาที่อีซองมินจะตื่น จนเก้าโมงเกือบจะครึ่งร่างกลมๆบนเตียงจึงได้ฤกษ์ลุกขึ้นมานั่งตาบวมอยู่กลางที่นอน
"อรุณสวัสดิ์" อีซองมินมองหาต้นกำเนิดเสียงแล้วก็พบว่ามันดังมาจากโซฟาริมหน้าต่าง ร่างสูงถอดแว่นสายตาออกวางไว้แล้วจึงเดินเข้าไปหาคนที่นั่งบนเตียง
ใบหน้ายุ่งๆ ผมฟูๆ ตัวกลมๆ น่ารักกว่านี้มีอีกไหม..คยูฮยอนทรุดลงนั่งต่อหน้าคนที่เพิ่งตื่น ขยับตัวเข้าไปหาซองมินจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากเจ้าตัว
"ตื่นสายนะ" ซองมินกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะควานหาโทรศัพท์เครื่องเล็กที่จำได้ว่าทิ้งไว้ใต้หมอน ได้มาแล้วก็กดลงไปสองสามทีแล้วก็ยื่นไปตรงหน้าคุณเจ้าของร้าน
"วันนี้วันอังคารนะครับ"คยูฮยอนหลุดหัวเราะก่อนจะเอื้อมมือไปบีบจมูกโด่งรั้นด้วยความหมั่นเขี้ยว ร้านหยุดเลยตื่นสายสินะ
"แล้วคุณคยูฮยอนเป็นไงบ้างครับ" คนป่วยที่ถูกถามอาการอมยิ้มก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้คุณหมอตัวน้อยส่งสายตาให้รู้ว่าวัดไข้เอาเอง
ซองมินวางมือลงบนหน้าผากอีกฝ่ายเพื่อวัดไข้ .. ไข้คุณเจ้าของร้านน่ะ ลดแล้วล่ะ
แต่ซองมินคิดว่าไข้ของซองมินกำลังขึ้นเพราะตอนนี้ซองมินรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า ร้อนมากๆ แก้มก็แดงด้วย แดงสุดๆไปเลย!!!
"เมื่อคืนนอนดึกหรือซองมิน" ซองมินพยักหน้าเบาๆแล้วทำท่าจะไถลลงจากเตียง
แต่ก็ยังช้ากว่าคยูฮยอน มือหนาเกี่ยวเอาเอวกลมไว้ก่อนจะลากเอาคนตัวเล็กกลับมานั่งชิดติดอก
"จะไปไหน.."ซองมินที่อยู่ในวงแขนของอีกฝ่ายได้แต่ก้มหน้างุดๆ "ไปห้องน้ำครับ"
"เมื่อคืนนอนไม่หลับหรือซองมิน ทำไมนอนตั้งตีสี่" ร่างเล็กเม้มปากแน่น ชั่งใจอยู่นาน
"หรือว่าไม่ชอบใจที่ผมแย่งที่นอน"เสียงทุ้มดังคลอเคลียอยู่ข้างแก้มทำเอาซองมินขนลุกได้ง่ายๆ
"เปล่านะครับ..เอ่อ..เมื่อคืนผมเช็ดตัวให้คุณคยูฮยอนจนไข้ลดแค่นั้นเอง"ได้ยินคำตอบจากปากแดงๆแล้วหัวใจของคนฟังก็แทบจะลอยออกมานอกอก
ร่างสูงหมุนตัวซองมินให้หันหน้าเข้ามาหาแล้วรวบร่างเล็กเข้าไปกอด
"ขอบคุณนะซองมิน..ขอบคุณ"ซองมินส่ายหน้ากับไหล่กว้างพึมพำคำว่าไม่เป็นไรเบาๆ
..
...
"วันนี้คุณคยูฮยอนจะเข้าบริษัทมั้ยครับ"หลังจากทานข้าวเช้าที่ซองมินโทรสั่งแล้วทั้งคุณเจ้าของร้านกับคุณพนักงานก็มานั่งเล่นเกมส์กันต่อ
คยูฮยอนนั่งกับพื้น เอนหลังพิงโซฟา โซฟา กำลังสนใจเกมส์ในแลปท้อปบนโต๊ะตัวเล็ก
บนโซฟาด้านหลังมีคุณพนักงานตัวกลมนั่งอ่านการ์ตูนอยู่ ลดวัยกันสุดๆละวันนี้..
"ไม่หรอก..ยังไม่มีใครรู้ว่าผมกลับมาแล้ว พอดีฝากคุณชิอากิไว้ว่าอย่าเพิ่งบอกใคร"ซองมินหัวเราะแบบไม่มีเสียง"อู้งานหรือครับ"
"ไม่นะ..ก็ผมไม่สบายต้องพักผ่อน"
"แล้วคุณชิอากิจะมาเมื่อไหร่ครับ"คิ้วเข้มขมวดฉับแล้วหันกลับไปมองหน้าคนถามชัดๆ
"ถามทำไม.."
"เอ่อ..ผมไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วง"ใบหน้าเล็กสลดลงเมื่ออีกฝ่ายมองมาด้วยสายตาขุ่นเคือง
คยูฮยอนเห็นดังนั้นจึงลุกขึ้นไปนั่งบนโซฟากับซองมินแขนยาววาดไปโอบเอาอีกฝ่ายเข้ามากอดหลวมๆ
"อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ผมแค่ไม่ชอบให้ซองมินถามถึงคนอื่น.." แค่นั้นเองใบหน้าอีซองมินก็แดงเรื่อขึ้นมา
"อ่า.." ซองมินไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆ ดวงตากลมโตเหลือบมองแขนที่พาดอยู่บนไหล่ตัวเองอย่างเขินๆ
"เอ่อ..งั้นวันนี้ผมเอาของไปเก็บที่อพาร์ทเม้นก่อนนะครับ"
"ผมไปส่งนะ" ซองมินส่ายหน้าเบาๆ
"จะไปส่งน่ะ มีรถหรือครับ คุณคยูฮยอนกำลังไม่สบายอย่าลำบากไปเลย ผมนั่งรถไปเองดีกว่า"โจคยูฮยอนยิ้มแล้วส่ายหน้าบ้าง
"ไม่เป็นไร ผมไม่ลำบาก" ว่าแล้วก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมออกจากร้านรอคนที่กำลังเก็บของใช้ส่วนตัว
..
....
ผ่านไปครู่หนึ่งคุณเจ้าของร้านกับคุณพนักงานก็มายืนอยู่ตรงป้ายรอรถประจำทางที่มีคนน้อยกว่าในช่วงเวลาเร่งรีบ
"รถมาช้านะ"ซองมินกลั้นยิ้มให้กับเสียงบ่นของคุณหนูคนเล็กของตระกูลโจ
"ถ้าเราเป็นฝ่ายรอ เราจะรู้สึกว่าช้าเสมอครับ .. "ซองมินบอกอีกฝ่ายยิ้มๆ
"เคยรออะไรนานๆมั้ยซองมิน" เอ่ยถามคนข้างๆเบาๆ
"อืม..ก็เคยครับ แล้วคุณคยูฮยอนเคยมั้ย" ดวงตาคู่คมมองสบกับดวงตากลมโตของซองมิน ส่งความจริงใจผ่านน้ำเสียงทุ้มนุ่ม
"เคยสิ..รออยู่นานเลยล่ะ "
"ไม่น่าเชื่อ ทั้งที่ไม่มีหวังเลยสักนิด แต่บางอย่างบอกผมว่าให้รอ.. แล้วในที่สุดผมก็ได้ในสิ่งที่รอ"
คนตัวเล็กหลบสายตาคนพูดก่อนจะถามกลับไปอย่างกล้าๆกลัวๆแกมเขิน
"แล้ว..คิดว่าสิ่งที่ได้มาคุ้มกับการรอมั้ยครับ"
"คุ้มสิ..คุ้มค่าแล้วก็มีความหมายที่สุด.." ใบหน้าคมเต็มไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนอย่างที่ซองมินชอบมอง
"รถมาแล้วล่ะครับ"ว่าจบประตูรถคันใหญ่ก็เปิดออก ซองมินก้าวนำขึ้นไปก่อนแล้วตามด้วยคุณเจ้าของร้าน
รถเมล์ไม่ค่อยมีคน ซองมินจึงพาคุณเจ้าของร้านไปนั่งที่เบาะหลังสุด
"นานแล้วที่ไม่ได้นั่งรถเมล์แบบนี้" ซองมินยู่หน้าให้กับกับพูดนั้น ครับ..เกิดมาบนกองเงินกองทองก็แบบนี้แหละ
"ครั้งล่าสุดก็ตอนที่เรียน ม.ปลาย"
"นานจริงๆด้วยนะครับ" คุณพนักงานตัวกลมทำตาโตให้รู้ว่านานจริงๆ
ใบหน้าคมคลี่เป็นรอยยิ้มอ่อนโยน แววตาที่เหม่อมองไปข้างหน้าทำให้รู้ว่าคนเล่ากำลังพาตัวเองกลับสู่อดีตที่สวยงาม
"ความจริงตอนเย็นที่บ้านก็จะส่งรถมารับที่โรงเรียนอยู่แล้ว แต่หลังจากวันที่ไปแข่งบาสกับโรงเรียนที่อยู่อีกเขต ตารางชีวิตมันก็รวนๆไป"
"จำได้ว่าวันนั้นผมไปแข่งบาสกับโรงเรียนฮันควัง.."
..
...
"เฮ้ย คยู"ร่างสูงหันไปตามเสียงเรียกของกัปตันทีมก็ทันได้เห็นอีกฝ่ายทำสัญญาณให้วิ่งไปอยู่ใต้แป้นรอ
ก่อนที่เจ้าตัวจะหันไปเรียกบอลจากการ์ดจ่ายที่อยู่อีกฝั่ง แล้วก็พาลูกวิ่งเข้ามาในเขตโทษก่อนจะส่งลูกมาที่คยูฮยอนที่ยืนรออยู่ มือหนาคว้าเอาลูกได้แล้วก็จั๊มชู๊ตทันที..
ตุ๊บ!!
"โอ๊ะ!!!"
โครม!!!
แรงปะทะที่มาจากทางด้านหลังรุนแรงเสียจนเขารู้สึกว่าตัวเองลอยไปตกในที่แสนไกล..
"เฮ้ย!!!"
"คยู!!!"
"คยูฮยอน!!!!"
"เช้ดดดดด!!!!!!!!!!!!!!!!!" เสียงหวานปนห้าวร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อคยูฮยอนกระเด็นออกมานอกสนาม
เขารู้สึกถึงท่อนเหล็กแข็งที่กระทบกับช่วงไหล่ได้เป็นอย่างดี
แต่ที่ศีรษะกลับรู้สึกว่ามีบางอย่างมารองรับไว้
ร่างสูงพยายามยันตัวลุกขึ้นมานั่งด้วยความทุลักทุเล เมื่อหันกลับไปมองที่ฐานแป้นบาสก็พบหยดเลือดไหลเป็นทางยาว
เขายกมือขึ้นมาลูบศีรษะโดยอัติโนมัติ ไม่มีร่องรอยของเลือดที่เห็น ดวงตาคมจึงเหลือบมองไปด้านข้าง
เด็กในชุดนักเรียนของโรงเรียนเจ้าถิ่นกำลังยืนมองเขาอย่างตื่นๆ ดวงตากลมโตมีแววของความตกใจกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดอย่างปิดไม่มิด แก้มกลมพองลมขึ้นคล้ายกับว่าเจ้าตัวทำอะไรไม่ถูก
และถ้าเขาไม่ได้เข้าข้างตัวเองเกินไปนักเขาคิดว่าเขามองเห็นร่องรอยของความเป็นห่วงในดวงตาคู่นั้น
คยูฮยอนกวาดสายตาจนไปสะดุดเข้ากับมือของเด็กคนนั้น..เลือดสีแดงสดกำลังไหลออกมา
ร่างสูงเงยหน้าไปมองเด็กคนนั้นอีกครั้ง ยิ้มงั้นหรือ..ริมฝีปากเล็กวาดเป็นรอยยิ้มบาง
"คยูเป็นไงบ้างวะ"คนถูกเรียกละสายตาจากดวงตาคู่สวยเพื่อหันกลับไปมองกัปตันทีมที่วิ่งเข้ามาหา "ไม่เป็นไร.."
คิบอมพยุงเขาลุกขึ้นมา เมื่อยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วเขาก็ต้องเป็นฝ่ายก้มมองเด็กคนนั้น
"มือ.."เขากำลังจะถามถึงอาการที่มือ แต่เด็กคนนั้นกลับยิ้มให้แล้วส่ายหน้าจนผมสบัด "ไม่เป็นไรฮะ แล้วไม่เป็นไรมากใช่ไหมครับ"
"ผมไม่เป็นไร แต่.." เพียงแค่นั้นยังไม่ได้พูดอะไรต่อคนที่เลือดไหลก็รีบเดินเร็วๆออกจากโรงยิมไป..
คยูฮยอนมองตามเด็กคนนั้นไป เมื่อกี้เขายังไม่ทันแม้แต่จะถามชื่อ เห็นเพียงแค่ป้ายบอกระดับชั้น ม.ปลายปีสอง เป็นรุ่นน้องงั้นหรือ..
..
...
"เฮ้ยยยย คยูช่วงนี้เป็นไรวะ เลิกเรียนแล้วหายหัวเลยนะ"คยูฮยอนเหลือบตามองผองเพื่อนก่อนจะก้มลงไปสนใจกับการผูกสายรองเท้าต่อ
"ความลับเยอะนะมึงอ่ะ"
"อืม..ช่วงนี้กูมีความลับ..พวกมึงมีปัญหาอะไรมั้ย" คยูฮยอนเงยหน้าขึ้นพูดเสียงเรียบท้าทายคนฟัง
"ก็เปล่า..เพียงแต่เมื่อวานไอ้พ่อพระมันบอกว่าเห็นมึงกระโดดลงรถเมล์แถวๆโรงเรียนฮันควัง" ร่างสูงยกยิ้มมุมปาก ขนาดว่าไปเงียบๆคนเดียวมันก็ยังไม่วายมีคนไปเจอได้นะ
โจคยูฮยอนลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วคว้าเป้ราคาแพงขึ้นพาดบ่า ขยับเน็คไทสองสามที สอดมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วเดินออกมาจากโต๊ะที่เพื่อนรักทั้งหลายนั่งอยู่
"เฮ้ย ไปไหนวะ"เสียงใครสักคนในกลุ่มเรียกถามตามหลังมา ใบหน้าหล่อหันกลับไปยังทิศทางที่เดินจากมาแล้วยักคิ้วส่งไปให้คนที่รอคำตอบ
"ฮันควัง!"
เด็กหนุ่มเดินกวาดสายตาไปเรื่อยๆหลังจากลงรถเมล์หน้าโรงเรียนมัธยมชื่อดังของเขตนี้ ความจริงเขาเองก็พอจะรู้ตัวอยู่ว่าเป็นจุดเด่น
เนื่องจากชุดนักเรียนของโรงเรียนเอกชนชื่อดังจากอีกย่านหนึ่งของเมือง เด็กสาวบางคนพากันชี้ชวนให้เพื่อนที่เดินมาด้วยกันมองดูเขาอย่างไม่ปิดบัง
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น..เขาไม่เคยมองสิ่งที่อยู่นอกเหนือความสนใจ และ..นั่นเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย
เหตุผลที่เขาบอกตัวเองมาตลอดสองอาทิตย์ที่มาย่ำอยู่แถวๆนี้ก็คือ..ยังไม่ได้ขอบคุณที่เด็กคนนั้นช่วยเขาไว้
ทั้งที่จำได้แค่เพียงใบหน้ากลมอิ่มและดวงตาคู่สวย แต่เขาก็ยังพยายามตามหา หลายครั้งที่อยู่รอหน้าโรงเรียนจนเย็น แต่กลับไม่เคยเจอแม้แต่เงา..
หลังจากนี้อีกสองอาทิตย์เขาก็จะสอบไล่ อีกเพียงสองอาทิตย์เขาก็จะเรียนจบชั้น ม.ปลาย
และอีกไม่กี่วันหลังจากนั้นเขาก็ต้องจากประเทศนี้เพื่อไปยังประเทศที่อยู่อีกซีกโลก..
..
....
" จนวันสุดท้ายของการสอบผมก็ยังไปรออยู่ที่หน้าโรงเรียนนั้น แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เจอกันเพราะหลังจากนั้นไม่กี่วันผมก็ไปเรียนต่อที่อเมริกา"
โจคยูฮยอนจบเรื่องเล่าเกี่ยวกับความรักครั้งแรกด้วยรอยยิ้ม มองอีกฝ่ายที่ก้มหน้านิ่งแล้วก็เลยโยกศีรษะเล็กไปมา
นานนักกว่าซองมินจะหาเสียงของตัวเองเจอ
"ทำไมคุณคยูฮยอนถึงตามหาเด็กคนนั้นครับ"
"ตอนแรกผมอ้างกับเพื่อนๆว่าผมยังไม่ได้ขอบคุณเขา แต่ลึกๆแล้วผมรู้ว่า ดวงตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกของเด็กคนนั้นต่างหากที่พาผมไป"
"ดวงตาของเด็กคนนั้นดึงดูดผมได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เราสบตากัน.."
"ซองมิน..รู้จักเด็กคนนั้นไหม" เสียงทุ้มถามอยู่ริมหู
คนตัวเล็กพยักหน้าช้าๆ..ดวงตากลมโตของซองมินจับจ้องแผลเป็นเล็กๆบนสันมือข้างซ้ายของตัวเองด้วยความพร่าเลือน
น้ำตาที่คลออยู่ในหน่วยตากลมเกือบจะไหลลงมาเปื้อนแก้มเนียนอยู่แล้วหากไม่มีมือของอีกฝ่ายปาดมันออกไปเสียก่อน
ซองมินไม่ได้ขี้แยนะ แต่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าการรอคอยของใครสักคนมันช่างเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่จริงๆ
ตอนแรกซองมินเข้าใจว่าการรอคอยของคุณเจ้าของร้านเป็นเพียงการรอในเวลาสั้นๆคล้ายๆกับการไปทำงานที่ญี่ปุ่น
แต่ความจริงมันกลับมากกว่านั้น..มากกว่า ยาวนานกว่า ต้องใช้ความอดทนมากกว่ามาก ..
ทำไมนะ..ทำไมซองมินถึงไม่เคยรู้อะไรเลย..
ผ่านไปสักพักใบหน้ากลมอิ่มก็คลี่ยิ้มกว้าง เมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนั้นเขาเองไปยืนทำอะไรอยู่ข้างๆแป้นบาส..
ซอนอินนูน่า..เขาไปแอบมอง(เรียวขา)ซอนอินนูน่าที่เป็นเชียร์ลีดเดอร์เบอร์หนึ่งของโรงเรียน
ป๊อปปี้เลิฟบ้าบิ่นของเด็ก ม.ปลาย!
(อะไรกันครับ อย่ามองซองมินแบบนั้นสิ..การแอบมองนูน่าคนสวยของโรงเรียน มันเป็นเรื่องปกติของเด็กผู้ชายนะครับ!!!)
เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้งซองมินก็พบว่าใกล้ถึงที่หมายแล้ว คนตัวเล็กลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามคนที่นั่งเก้าอี้ตัวนอกลงรถไปเมื่อถึงป้ายที่ต้องการ
คยูฮยอนเดินเคียงคู่กับคนตัวเล็กเข้าอพาร์ทเม้นไป เมื่อซองมินไขกุญแจห้องเสร็จ คยูฮยอนก็อัญเชิญตัวเองไปกองแหมะบนโซฟาตัวเดิมรอเจ้าของห้องทำธุระ
คยูฮยอนนั่งหลับตาใช้ความคิดอยู่นาน เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกทีก็พบว่ามีน้ำแดงแก้วโตมาจ่ออยู่ตรงหน้า
"ดื่มแล้วจะดีขึ้นใช่ไหม"
"รับรองเลยครับ" มือหนาเอื้อมไปรับน้ำแดงมาแล้วก็เลยลากคนชงลงนั่งด้วยกัน คยูฮยอนมองอีกฝ่ายด้วยสายตาแน่วแน่ สูดลมหายใจลึก..
"ซองมิน..ย้ายไปอยู่ที่ร้านหนังสือนะ.."ซองมินมองหน้าคนถามนิ่งๆ รอฟังเหตุผลจากอีกฝ่ายที่บอกว่าเขาควรจะไปอยู่ที่ร้านหนังสือ
"ผมรู้ว่ามันอาจจะเร็วไป แต่ผมคิดว่าถ้าไปอยู่ที่ร้าน มันคงจะดีกว่า" มือเล็กเอื้อมไปจับมือหนาไว้แล้วลูบเบาๆ เริ่มต้นอธิบายในสิ่งที่ตนเองคิดไว้
"ขอเวลาอีกนิดนะครับ..ผมรู้ว่าอยู่ที่ร้านปลอดภัยกว่า แต่ผมอยากให้ปัญหาทุกอย่างผ่านไปก่อน คนอื่นอาจจะมองไม่เห็นแต่เรารู้ว่ามันมีอยู่ไม่ใช่หรือครับ ไหนๆคุณคยูฮยอนก็รอมาได้ตั้งนาน..ยังไงช่วยรอผมต่ออีกนิดนะครับ" คยูฮยอนมองคนพูดด้วยแววตาอ่อนเชื่อม เมื่ออีกฝ่ายพูดจบจึงรั้งร่างเล็กเข้าสู่อ้อมกอด
"ซองมิน..เชื่อใจผมมั้ย.."
"เชื่อครับ"เสียงเล็กตอบรับอยู่ข้างหูคนถาม พร้อมกับแขนกลมกลึงที่วาดไปโอบกอดอีกฝ่ายเพื่อยืนยันคำพูด
"ผมจะรีบจัดการปัญหาทุกอย่างให้เรียบร้อย ช่วยรอผมด้วยเหมือนกันนะ"
"ครับ..ผมจะรอ.."
"แต่ว่า..คืนนี้ไปนอนที่ร้านนะ"ร่างเล็กหลุดหัวเราะให้กับเสียงทุ้มนุ่มที่อ้อนอยู่ข้างหู ดันตัวเองออกมามองหน้าอีกฝ่าย
"อืม..เอาแบบนั้นหรือครับ"ร่างสูงกดจมูกลงบนแก้มเนียนใสของคนในอ้อมกอดฟอดใหญ่
"เอาแบบนี้แหละ อ้อ..อย่าลืมเก็บของไปนอนที่ร้านล่ะซองมิน"ซองมินงึมงำรับคำคนที่เริ่มจะพูดมากกว่าปกติแล้วลุกขึ้นเดินเข้าห้องนอนไป
สักพักก็ออกมาพร้อมเป้ใบที่เล็กกว่าตอนที่เข้ามาถึงอพาร์ทเม้น 'ก็นอนแค่คืนนี้คืนเดียวจะเอาอะไรไปมากมาย'
....
......
หลังจากที่ตกลงกันว่าจะทานอาหารจากข้างนอกแล้วค่อยกลับไปนอนเล่นที่ร้าน
ทั้งคยูฮยอนและซองมินก็แวะเข้าร้านอาหารญี่ปุ่นที่อยู่ในห้างสรรพสินค้าบนถนนสายหลักที่กลับจากอพาร์ทเม้นของซองมิน
ด้วยความที่วันนี้ใช้รถสาธารณะทั้งขาไปและขากลับทำให้แก้มกลมๆของซองมินขึ้นสีเรื่อน่ามองเสียจนคนที่มาด้วยกันอยากจะกดจมูกลงไปสูดเอาความหอมกันกลางห้าง
แต่ก็นั่นแหละ ลองว่าโจคยูฮยอนทำอะไรบุ่มบ่ามลงไป..ดูท่าแล้วคืนนี้อาการคงจะหนักกว่าไข้หวัดธรรมดา
"พี่ซองมิน.." เสียงหวานใสเรียกซองมินมาแต่ไกล เมื่อหันกลับไปดูก็พบว่าอิมดาจองกำลังวิ่งเข้ามาหา
"อ้าว..คุณคยูฮยอน สวัสดีค่ะ"หญิงสาวตัวโตยิ้มก่อนจะโค้งงามๆให้กับคนที่เดินมากับนัมเบอร์วันไอดอลของเธอ
"คุณคยูอยอนครับ นี่อิมดาจอง พนักงานคนใหม่ของที่ร้าน เอ่อ..ที่คุณผู้หญิงรับมาน่ะครับ"คยูฮยอนมองหญิงสาวที่ดูแล้วเหมือนเด็กมัธยมมากกว่าคนที่เพิ่งจะเรียนจบหมาดๆ
"สวัสดี"ซองมินมองคนหน้านิ่งแล้วก็แอบถอนหายใจ คนตัวเล็กจึงกลับไปให้ความสนใจกับเด็กสาวต่อ "มาเที่ยวหรือดาจอง"
"ค่ะ ดาจองมากับเพื่อน พอดีเห็นพี่ซองมินก็เลยเข้ามาทัก"ซองมินพยักหน้ารับรู้
"ดาจองไม่กวนเวลาพี่ซองมินกับคุณคยูฮยอนแล้วดีกว่า ตามสบายนะคะ"ว่าจบอิมดาจองก็โค้งตัวเร็วๆให้ซองมินกับคยูฮยอนคนละทีแล้วก็ลันล๊าจากไป
"ทำไมทำหน้ายุ่งใส่ดาจองแบบนั้นครับ" คุณเจ้าของร้านทำหน้านิ่งก่อนจะยักไหล่
"หิว" ว่าจบก็เดินเร็วๆไปอีกคน ..แต่สำหรับคนนี้ซองมินต้องรีบเดินตามไป ..คนป่วยเริ่มกลับมาเอาแต่ใจตัวเองอีกแล้ว
ซองมินเดินตามคนหิวเข้ามาในร้านก็พบว่าคุณเจ้าของร้านหน้านิ่งกำลังพลิกเมนูไปมา "ทานอะไรดีซองมิน"
"คุณคยูฮยอนสั่งเลยครับ ผมทานได้หมด"
ถึงซองมินจะบอกอย่างนั้นแต่เมื่ออาหารที่คุณเจ้าของร้านสั่งไปเรียงแถวเข้ามาวางบนโต๊ะซองมินก็พบว่ามันมีแต่ของที่ซองมินชอบทานทั้งนั้น
คนตัวเล็กมองอาหารตรงหน้าด้วยแววตาระยับ แล้วก็ชวนคนหิวลงมือทาน ..
"พรุ่งนี้ผมคงต้องไปทำงานที่บริษัท" ซองมินพยักหน้ารับเพราะอาหารยังเต็มปาก
"คงไม่ได้เข้ามาช่วยที่ร้านแบบเมื่อก่อนอีกแล้ว คุณแม่ท่านอยากให้ผมเข้าไปช่วยงานที่บริษัทอย่างเต็มที่"
"คุณคยูฮยอนเป็นห่วงร้านหรือครับ"ใจจริงแล้วคยูฮยอนอยากตอบไปว่าห่วงคนในร้านมากกว่า แต่เมื่อซองมินพูดมาแบบนั้นเขาก็ได้แต่เออออรับคำ
"อย่าห่วงเลยครับ ผมมีดาจองช่วยทั้งคน รับรองว่าไม่ทำร้านเจ๊งแน่ๆ"คยูฮยอนหัวเราะเบาๆ
"อืม ฝากด้วยละกันนะซองมิน.."
>>>> R R R R R R R R<<<<
มือหนาควานหาต้นกำเนิดเสียงในกระเป๋ากางเกง ยกขึ้นดูรายชื่อคนที่โทรเข้ามาแล้วก็กดตัดสายวางไว้อย่างเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ในเมื่อวันนี้ยังคงเป็นวันหยุดของเขา เพราะฉะนั้นเขาก็มีสิทธิ์เลือกที่จะรับหรือไม่รับโทรศัพท์ด้วยเช่นกัน
ชายหนุ่มหันกลับไปให้ความสนใจกับคนและอาหารตรงหน้าราวกับว่าไม่เคยถูกขัดจังหวะ..
ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มหวานในยามที่ตั้งใจฟังเรื่องเล่าจากอีซองมินในช่วงที่เขาไม่อยู่ .. ไอดอลของอิมดาจองงั้นหรือ
สงสัยว่าเจ้าตัวเล็กนี่คงจะเป็นไอดอลของใครๆไปทั่ว เพราะขนาดเขาเองยังละสายตาไม่ได้เลย..
..
...
อีจีซอนมองมองแววตาอ่อนเชื่อม รอยยิ้มอ่อนโยน รวมไปถึงการกระทำที่เต็มไปด้วยความละมุนละไมที่โจคยูฮยอนมีให้อีซองมิน
ทุกอย่างที่คุณคยูฮยอนแสดงออกมาในขณะนี้..ช่างเป็นสิ่งที่ไม่คุ้นตาสำหรับหล่อน..
ต่อหน้าคนอื่นโจคยูฮยอนเป็นผู้ชายเย็นชา ตีหน้านิ่งได้อย่างยอดเยี่ยม แล้วสิ่งที่หล่อนเห็นตอนนี้คืออะไร..
หลังจากที่หล่อนบังเอิญเห็นว่าลูกชายคนเล็กของตระกูลโจกำลังนั่งทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยกับพนักงานในร้านของตัวเอง
อีจีซอนจึงโทรศัพท์เข้าไปหา หล่อนจะแสร้งทำเป็นว่ากำลังเดินซื้อของอยู่แถวๆร้านที่เขาทานข้าวอยู่
อ้างเหตุผลในการเข้าไปทักทายแล้วลองพูดอ้อมๆเป็นเชิงบอกให้อีซองมินกลับไปก่อน..
แต่..โจคยูฮยอนไม่ยอมรับโทรศัพท์หล่อน..เขาเพียงหยิบขึ้นดูแล้ววางลงเช่นเดิม..ไม่ได้สนใจใครอื่น..นอกจากคนตรงหน้า
คนสองคนที่นั่งในร้านอาหารทำให้ใบหน้าสวยยิ่งงอง้ำ..โจคยูฮยอนไม่สนใจโทรศัพท์จากหล่อนเพียงเพราะว่ากำลังคุยกับอีซองมิน
มือเรียวกำเครื่องมือสื่อสารราคาแพงแน่นขึ้นตามระดับอารมณ์ จนน่ากลัวว่าเล็บที่เคลือบสีแดงสดไว้อย่างดีจะหักได้ง่ายๆ
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ ที่มองไปทางไหนก็พบแต่กลิ่นอายของความอุ่นอวล
ทุกอย่างที่อีซองมินกำลังได้รับคือสิ่งที่หล่อนเฝ้าฝันอยู่ทุกวันว่าจะมีโอกาสได้เป็นเช่นบ้าง..
ราวกับว่ามีใครมากดสวิทช์เปิดไฟในสมอง..สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างโจคยูฮยอนกับอีซองมินดูลงตัวและเข้ากันไปทั้งหมด
การกระทำและความเป็นไปของคุณชายคนเล็กของตระกูลโจดูจะมีตัวแปรสำคัญที่ชื่ออีซองมินเชื่อมโยงไว้ทั้งสิ้น
หลังจากเฝ้ามองคนทั้งคู่ อยู่พักใหญ่หล่อนก็สำนึกได้ว่า..ก้างชิ้นโตของหล่อนคงจะไม่ใช่ยัยคุณหนูซารุวาตาริทายาทพันล้านจากเกาะญี่ปุ่นอย่างที่คิดไว้
แต่เป็นพนักงานในร้านหนังสือธรรมดาๆที่กำลังยิ้มระรื่นจนน่าหมั่นไส้ อยู่ตรงหน้าผู้ชายที่หล่อนหมายปองต่างหาก!!
อีซองมินงั้นหรือ
เป็นอีซองมินซินะ
อีซองมิน..
....
.......
นิ้วเรียวกดปุ่มตัวเลขบนโทรศัพท์เครื่องหรูอีกครั้ง..
....
"...นิคกี้..ฉันมีงานให้แกทำ"
TO-B-Con
* ช้าได้โล่ห์อีกแล้ว ยังมีคนรออยู่หรือเปล่าคะ? (หัวเราะเขิน)
* ปัญหาสังคมแสดงตัวแล้ว
* นายเอกตอนเด็ก..มันแอบหื่น ฮ่าๆๆ (ว่าไปนั่น)
* ขอบคุณพี่ดาค่ะที่ช่วยฟังเค้าสปอล์ยทั้งพาร์ทเลย
* ขอบคุณคอมเม้นต์จากพาร์ทที่แล้วด้วยค่ะ ซาบซึ้งมากจริงๆ >*<
* ขอบคุณทุกคนที่ติดตามมาจนถึงพาร์ทนี้ แอบดีใจที่รู้ว่าหลายคนรักฟิกเรื่องนี้..
* ขอบคุณคนรักพี่ปาร์คสำหรับทุกอย่าง..(ช่วงนี้งานยุ่ง อดฟังสปอล์ยเลย คริคริ)
* นายเอกเข่าแตก..หงื่อ..เห็นน้องเจ็บ เต้นไม่ได้แล้วพี่สาวน้ำตาจะร่วง..
* รักคุณค่ะ ^___________^



สารภาพ ตอนที่ความจริงเปิดเผย
แอบน้ำตาร่วงค่ะ
การรอคอย ที่นานขนาดนั้น มั่นคงขนาดนั้น...
ตื้นตันจนพูดไม่ออก
อ่านมาเจอนางร้าย .. ชิวๆ ช่างชี คิดว่าจะทำลายความมั่นคงแบบนั้นได้ก็ลองดู ฮ่าๆๆๆ *หัวเราะเสียสติ*
ปล. ช้ายังไงก็รอนะค้า
#1 By ...alfalfa... on 2009-07-01 00:10