[Fic]::IS LOVE::05 [KM]
posted on 22 Jun 2009 19:21 by story-sunn in KYUMIN-FICTION
Title : IS LOVE
Couple : Cho Kyuhyun x Lee Sungmin
PART 05
โรงแรมระดับห้าดาวในเครือบริษัทซารุวาตาริมีมากกว่าเจ็ดแห่งทั่วญี่ปุ่น และที่นี่คือหนึ่งในเจ็ด..
โจคยูฮยอนก้าวผ่านประตูกระจกของโรงแรมเข้ามา แล้วตรงไปที่ลิฟท์ทันทีถึงแม้จะเห็นแล้วว่าอีจีซอนนั่งอยู่ที่ล๊อบบี้ของโรงแรม
นับว่าโชคดีที่จังหวะที่เขาเดินเข้ามาหล่อนกำลังก้มลงไปค้นหาอะไรซักอย่างในกระเป๋า
นิ้วเรียวกดลงบนตัวเลขที่ต้องการแล้วเลื่อนไปย้ำปุ่มปิดประตูอีกที..ใช้เวลาเพียงสองนาทีโจคยูฮยอนก็มาถึงห้องพักส่วนตัว
ร่างสูงวางกระเป๋าเอกสารลงบนโต๊ะ ถอดเสื้อนอก คลายเน็คไทออกเพื่อให้หายใจสะดวกแล้วล้มตัวลงบนเตียงทันที
คยูฮยอนนอนแผ่หลาบนเตียงกว้าง ประสานมือทั้งสองข้างรองศีรษะต่างหมอน ปล่อยความคิดให้ล่องลอยไปเรื่อยๆ..
แต่กระนั้นมันก็ยังคงวนเวียนอยู่แค่ใบหน้าหวานๆของอีซองมิน
คืนนั้นที่ร้านหนังสือ .. เป็นครั้งแรกที่เขาได้กอดอีซองมิน กอดอย่างที่อยากกอดมานาน กอดด้วยความรักทั้งหมดที่มี..กอดแรกที่อุ่นไปถึงหัวใจ
ทั้งที่เขาคิดมาตลอดว่าอยากจะจัดการเรื่องทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อน รอให้ปัญหาที่มีอยู่คลี่คลาย อยากรออย่างที่โจอาราบอกให้รอ..
แต่เมื่อสบตากับซองมินแล้วความตั้งใจทั้งหมดดูจะพังลงได้ง่ายๆ ในดวงตาคู่นั้นเหมือนมีมนต์ที่สะกดให้เขาก้าวเข้าไปหาซองมินโดยไม่ทันได้รู้ตัว
และในวินาทีนั้นเขารู้เพียงแค่..รัก และอยากให้อีซองมินรับรู้ว่าเขา..รัก
อีซองมินดูจะไม่กล้าสบตากับเขาตรงๆอีกหลังจากถูกกอด..คนตัวเล็กไม่ได้มีท่าทีรังเกียจ มากไปกว่านั้นซองมินยังแสดงอาการเขินอายออกมาอย่างชัดเจน
ใบหน้าเล็กซุกซบอยู่กับอกของเขา น้ำเสียงสั่นๆในยามที่เจ้าตัวพึมพำกล่าวคำอวยพรให้เขาเดินทางโดยสวัสดิภาพแผ่วเบาแทบจะไม่ลอดจากริมฝีปากบาง
แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น เขาก็ยังคงได้ยินมันอย่างชัดเจน..
และในเวลานี้เสียงกระซิบนั้นก็ยังคงดังสะท้อนอยู่ในทุกลมหายใจเข้าออกของเขา..
ชายหนุ่มส่ายหน้าให้กับอาการจามสองสามทีหลังจากอาบน้ำเสร็จ เขาเป็นอย่างนี้ทุกวันตั้งแต่มาถึงที่นี่ อากาศที่ญี่ปุ่นดูจะแปรปรวนกว่าที่เกาหลีมากนัก
มือหนาคว้ากระดาษทิชชู่ขึ้นมาเช็ดน้ำมูก..ตกลงว่านอกจากจะได้ทำสัญญาเกี่ยวกับหนังสือเล่มใหม่แล้วเขายังได้'ไข้หวัดญี่ปุ่น'กลับบ้านอีกด้วย
โชคดีที่งานที่ได้รับมอบหมายดูจะไม่หนักหนาไปกว่าที่คิดไว้ แต่กระนั้นเขาเองก็ยังรู้สึกผิดเมื่อคิดได้ว่าปล่อยให้พี่สาวแบกรับหน้าที่นี้คนเดียวมานานแค่ไหน
คยูฮยอนควานหาโทรศัพท์เครื่องหรูที่โยนไว้แถวๆหมอนหนุนหลังจากลงไปนอนแผ่เหมือนเดิม นิ้วเรียวจิ้มลงไปบนปุ่มโทรออกสองครั้ง สัญญาณรอสายก็ดังตามขึ้นมา
"พี่..ทำอะไรอยู่ครับ"
((สวยอยู่)) คำตอบที่ไม่ได้ดูเกินความจริงไปสักเท่าไหร่ดังมาจากปลายสาย
"พี่เป็นไงบ้าง เหนื่อยไหม"
((ไม่หรอก ความสวยมันเป็นธรรมชาติของฉันน่ะ แล้วเธอเป็นไงบ้างเรียบร้อยดีไหม)) หญิงสาวยังคงต่อล้อต่อเถียงกับน้องชายด้วยอารมณ์ที่ดีกว่าปกติ
"อีกสองวันผมจะกลับแล้วนะ..ตอนแรกคิดว่าจะนานกว่านี้แต่พอดีสัญญาเกี่ยวกับหนังสือเล่มใหม่ไม่มีปัญหาอะไร"
((ดีแล้ว รีบกลับมาล่ะ แล้วนี่โทร.ไปที่ร้านหรือยัง))
"ยังเลยครับ.."
((โทร.ไปสิ เผื่อจะได้ยินเสียงหวานๆของพนักงานคนใหม่))
"เกิดอะไรขึ้น!" เสียงทุ้มดูเร่งร้อนขึ้นมาทันทีเมื่อพี่สาวพูดถึงพนักงานคนใหม่
((คุณแม่ส่งพนักงานคนใหม่ไปช่วยซองมินดูแลร้าน อ้อ..รู้สึกว่าจะเป็นความคิดของคุณอีจีซอนน่ะ))
"พี่รู้ได้ไง"
((พอดีว่าฉันมันคนใหญ่คนโต มีเส้นมีสายไปทั่วบริษัทน่ะ))
"พี่..ผมไม่ต้องการ.."
((หยุด..ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น กลับมาค่อยสะสาง ไม่อยากเอาไว้ก็ไล่ออก คิดอะไรมากมายโจคยูฮยอน))
"ครับ งั้นแค่นี้นะ"
((อือ ดูแลตัวเองด้วย))
"ครับ สวัสดีครับ"
ชายหนุ่มกดตัดสายด้วยความหงุดหงิด โยนโทรศัพท์ลงข้างตัว แล้วกระแทกหลังลงกับเตียงแรงๆเพื่อระบายอารมณ์
ตาคมกรอกมองเพดานไปมา ยิ่งชวนให้คิดถึงเพดานในห้องนอนบนชั้นสามของร้านหนังสือ
โจคยูฮยอนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง มองอย่างชั่งใจ..ก่อนจะกดเบอร์ที่ร้านแล้วรอ..
((สวัสดีค่ะ..ร้านหนังสือมิสเตอร์โจค่ะ))
"ขอสายอีซองมิน.."
((สักครู่นะคะ))คยูฮยอนฟังเสียงคนที่อยู่ปลายสายเรียกหาพนักงานของเขาเบาๆ ดูเหมือนว่าคนรับจะเป็นพนักงานคนใหม่คนนั้น
((สวัสดีครับ ซองมินพูดครับ)) สงสัยว่าอาการเขาจะหนักเกินไป เพียงแค่ได้ยินเสียงหวานๆส่งมาตามสายอารมณ์หงุดหงิดเมื่อครู่กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย
"ผมคยูฮยอนนะ"
((อ่า..ครับ)) ชายหนุ่มลุกจากเตียงเดินไปหยุดที่ริมระเบียง มือหนารูดเปิดผ้าม่านสีน้ำตาลเข้ม
"จะปิดร้านแล้วใช่ไหม.."
((ครับ..อีกครึ่งชัวโมง))
"แล้วเป็นไงบ้าง"
((ไม่มีปัญหาครับ อ้อ..มีคุณชองโมโทร.มาถามเรื่องหนังสือที่คุยกับคุณคยูฮยอนไว้น่ะครับ แต่ผมบอกไปแล้วว่าให้ติดต่อมาอีกทีวันพุธหน้า))
"อืม..ไม่เป็นไร แล้ว..เป็นไงบ้างซองมิน" คนปลายสายขมวดคิ้วน้อยๆ แล้วจึงอมยิ้มจนแก้มตุ่ย
((สบายดีครับ แล้วคุณคยูฮยอน..เป็นหวัดหรือครับ เสียงไม่ค่อยดีเลย)) ร่างสูงยกมือขึ้นมาถูจมูกเบาๆ ซองมินรู้ด้วยว่าเขาไม่สบาย
"อืม แค่นิดหน่อย"
((ดูแลตัวเองด้วยนะครับ)) คยูฮยอนแนบหน้าผากลงกับกระจกระเบียงบานหนา หลับตาเพื่อปิดการรับรู้จากโสตประสาทอื่นเหลือไว้เพียงเสียงหวานๆของคนที่อยู่ปลายสาย
"อืม..อีกสองวันก็ได้กลับแล้วล่ะ อีกสองวัน.."
((ครับ ผมจะรอ..)) มือเล็กวางหูโทรศัพท์ลง ท้ายประโยคนั้น ซองมินพูดเพียงเบาๆ ไม่ได้หวังให้อีกฝ่ายได้ยิน เพราะซองมินอยากบอกกับตัวเอง..ก็แค่นั้น
แต่ซองมินคงจะไม่รู้ว่า..ไม่ว่าเสียงของซองมินจะเบาแค่ไหน..คยูฮยอนก็ยังคงได้ยิน เพราะคยูฮยอนใส่ใจเสมอ..
ซองมินอมยิ้มน้อยๆในขณะที่กลับไปเรียงหนังสือบนชั้นต่อ สักครู่ก็รู้สึกว่าถูกจ้องมาจากทางด้านหลังพอหันไปมองก็พบว่า อิมดาจอง มองเขาอยู่
"พี่ซองมินคะ..เมื่อกี้คุยกับใครหรือ" น้ำเสียงเขินอายที่พนักคนใหม่ส่งมาทำให้ซองมินขมวดคิ้ว
"ทำไมล่ะ" เด็กสาวส่ายหน้าจนผมม้ากระจาย
"ก็พี่ซองมินยิ้มซะแก้มบวม ดาจองชอบจัง" รุ่นพี่หน้าหวานเม้มปากหันหน้าเข้าหาชั้นหนังสือ ยิ้ม..งั้นหรือ
ซองมินไม่รู้ตัวเลย
"คุณเจ้าของร้านน่ะ เดี๋ยวอีกสองสามวันก็กลับมาแล้วล่ะ" เด็กสาวทำตาโตท่าทางตื่นเต้น
"จริงหรือคะ..วันก่อนที่ดาจองไปซื้อกาแฟที่ตึกโน้น ดาจองก็ได้ยินเขาคุยเรื่องคุณคยูฮยอนนะคะ เรื่องที่คุณคยูฮยอนมีคู่หมั้นแล้วท่าทางเค้าเสียดายกันใหญ่ เห็นว่าคุณคยูฮยอนหล่อมากเลยนี่นา..แต่จะหล่อสู้พี่ซองมินของดาจองได้มั้ยนะ" อีซองมินถึงกับหลุดขำกับประโยคท้ายของเด็กสาว
อิมดาจองคือคนที่คุณผู้หญิงส่งมาเพื่อช่วยงานเขา แบ่งเบาภาระที่ร้าน อิมดาจองเป็นเด็กหน้าตาน่ารัก ตัวสูงแบบนักกีฬาแต่ช่างฝันเป็นที่สุด
เด็กสาวเข้ามาที่นี่ครั้งแรกพร้อมกับคุณผู้หญิง ซองมินถูกฝากฝังให้สอนงานให้เธอ สี่วันแล้วที่ดาจองมาทำงานที่นี่
และก็สี่วันแล้วที่อิมดาจองฝากฝังตัวเองเป็นแฟนคลับอันดับหนึ่งของอีซองมิน!!
เธอมักจะพูดกับซองมินด้วยใบหน้าชวนฝัน เธอบอกว่าซองมินหล่อที่สุดตั้งแต่เธอเคยเจอผู้ชายมา เธอมักจะมาเฝ้าวนเวียนอยู่ใกล้ๆซองมิน พร้อมกับคำพูดประมาณว่า..ซองมินเป็นไอดอลของเธอ ซึ่งมันเรื่องน่าขำที่สุดตั้งแต่ซองมินเกิดมาเลยเถอะ
คุณพนักงานตัวกลมก้มลงมองกลอนประตูด้านในของร้าน หลังจากที่อิมดาจองกลับไป ซองมินก็ปิดร้านแล้วล๊อกอย่างดี
ร่างเล็กเดินสำรวจไฟฟ้าภายในร้านแล้วจึงไต่บันไดเวียนขึ้นไปยังชั้นสองและสามตามลำดับ
ใบหน้าเล็กระบายรอยยิ้มเต็มแก้ม อีกสองวันคุณเจ้าของร้านก็จะกลับมาแล้ว..
เสียงคุณคยูฮยอนแปร่งๆเหมือนจะเป็นหวัด สงสัยว่าอาจจะเกิดจากอากาศที่ญี่ปุ่นจะทำพิษหรือเจ้าตัวทำงานหนักแล้วพักผ่อนน้อย
ซองมินเป็นห่วง..แต่ก็ได้แค่ห่วงเพราะอยู่ไกลกันขนาดนี้จะทำอะไรได้นอกเสียจากบอกให้คุณเจ้าของร้านดูแลตัวเองให้ดี..
ลมข้างนอกพัดแรงขึ้นกว่าเมื่อเย็น ดูท่าแล้วคืนนี้ฝนคงจะตกหนักเอาการ ซองมินค้นเอาเสื้อนอนตัวหนามาใส่ทับอีกชั้นหลังจากอาบน้ำเสร็จ
มือน้อยดึงผ้าห่มขึ้นคลุมจนมิดจมูก เหลือแต่ดวงตากลมโตโผล่มาล้อแสงไฟสลัวที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่างบานสวย
กลิ่นหอมสะอาด อ่อนละมุนต่อจมูกที่ได้จากผ้าห่มคือกลิ่นประจำตัวของคุณคยูฮยอน ซองมินจำได้ดี
ซองมินไม่ได้คิดอกุศลหรือโลภมากอยากได้แต่อย่างใด..แต่ซองมินก็ต้องยอมรับกับตัวเองว่า..กลิ่นนี้ทำให้ซองมินนอนหลับสบายดีทุกคืน
..
...
มือหนาควานหาโทรศัพท์อีกรอบเมื่อได้ยินเสียงเรียกเข้า โจคยูฮยอนกระพริบตาสู้แสงโคมไฟข้างเตียงสองสามที เมื่อเปิดมันขึ้นมาช่วยตามหาโทรศัพท์เจ้ากรรมอีกแรง แล้วเขาก็พบว่ามันดังอยู่บนโต๊ะตัวเล็กริมกระจกติดระเบียง
ขายาวก้าวเร็วๆไปหยิบเอาอุปกรณ์สื่อสารมาดูว่าใครคือคนที่โทรเข้ามารบกวนเขาในเวลาเกือบจะเที่ยงคืน
อีจีซอน.. ผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว โดยไม่ต้องคิด คยูฮยอนกระแทกปุ่มปิดเสียงโทรศัพท์แล้ววางมันลงกับพื้นห้องปล่อยให้โทรศัพท์สั่นอยู่ข้างเตียงต่อไป
..
...
แปดโมงเช้า ..
นาฬิกาบนข้อมือบอกเขาว่าอย่างนั้น ชายหนุ่มเก็บของทุกอย่างลงกระเป๋าเสร็จก็กลับมายืนสำรวจความเรียบร้อย
ใบหน้าขาวจัดมีสีแดงขึ้นเล็กน้อยจากอาการไข้ ..โจคยูฮยอนกำลังไม่สบาย ทั้งไข้ทั้งหวัดกำลังรุมเร้าเขาได้ที่ แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าคมก็ยังคงประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ เมื่อเจ็ดโมงเช้า คุณชิอากิโทรมาบอกเขาว่างานชิ้นสุดท้ายที่อยู่ปุ่นของเขาผ่านไปได้ด้วยดี
วันนี้จึงมีทางเลือกให้เขาอยู่สองทางคือหนึ่งอยู่เที่ยวญี่ปุ่นต่ออีกสองวันให้ครบตามกำหนด และสองคือการแพ็คกระเป๋าด้วยความเร็วสูงแล้วจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวสิบเอ็ดโมงของวันนี้กลับเกาหลี
ซึ่งเขาแทบจะไม่ต้องเลือกเพราะคำตอบมันอยู่ที่ใบหน้าหวานๆของคนที่บอกว่าจะรอเขากลับไปเกาหลีอยู่แล้ว
เขาก็แค่ไม่อยากให้ซองมินรอนาน..
อีจีซอนมองคนที่คุยโทรศัพท์ไปยิ้มไปด้วยสายตาเย็นชา ทั้งที่ตัวของชิอากิเองต้องอยู่เคลียร์งานที่อยู่ญี่ปุ่นต่ออีกสองวัน
แต่เจ้าตัวกลับโทร.ไปบอกให้โจคยูฮยอนแพ็คกระเป๋ากลับเกาหลีไปก่อน..มันจะไม่เดือดร้อนอะไรเลยถ้าอีจีซอนไม่ต้องอยู่ติดสอยห้อยตามคุณหนูคนสวยนี่ด้วย
ใจจริงแล้วหล่อนอยากจะเก็บของกลับเกาหลีไปพร้อมกับคุณคยูฮยอนของหล่อนเสียวันนี้ แต่ด้วยหน้าที่จึงต้องจำใจอยู่ญี่ปุ่นต่อไปอีกสองวัน
..
..
เสียงประกาศเตือนให้รัดเข็มขัดดังขึ้น โจคยูฮยอนขยับตัวนั่งให้สบายอีกครั้ง
ในหัวเขารู้สึกหนักๆ สงสัยว่าอาการป่วยของเขาจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งที่ปวดหัวจนแทบจะระเบิด แต่เมื่อคิดว่าอีกไม่เกินสองชั่วโมงเขาจะได้เจออีซองมินแล้วมันก็ทำให้เขามีแรงที่จะพยุงตัวต่อไปอีกนิด..
ช่างเถอะตอนนี้อดทนเอาไว้ก่อน สุดท้ายจะไปทรุดล้มอยู่หน้าร้านหนังสือก็ช่างมันปะไร
เพราะถึงยังไงตอนนั้นซองมินก็คงไม่ปล่อยให้เขานอนไข้ขึ้นอยู่คนเดียวหรอก..
มือหนาลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ออกมาจากอาคารผู้โดยสาร กวาดสายตาหารถแท็กซี่อย่างรวดเร็ว เสียงทุ้มเอ่ยชื่อร้านหนังสือเล็กๆในย่านการค้าใจกลางกรุง
แล้วจึงหลับตาลง ลมหายใจของเขาร้อนผ่าวไปหมดแล้ว แต่คยูฮยอนก็ยังอดทน
..
.....
อีซองมินนั่งติดแท็กหนังสือไปเรื่อย หูก็คอยเงี่ยฟังเสียงของอิมดาจองต้อนรับลูกค้า
วันนี้เป็นวันธรรมดาในช่วงเวลาทำงานแบบนี้ลูกค้าจึงมีค่อนข้างน้อยมาก
กรุ๊ง กริ๊ง ~ ~
"สวัสดีค่ะ..ร้านมิสเตอร์..เอ่อ คุณคะกระเป๋าใบใหญ่แบบนั้นฝากไว้ที่เคาเตอร์ดีกว่าค่ะ เอาเข้าไปไม่ได้นะคะ คุณ.. " เสียงอิมดาจองคุยกับลูกค้าแปลกๆ ซองมินจึงตัดสินใจลุกขึ้นมามองไปที่หน้าร้าน
เด็กสาวสาวกำลังเดินเข้าไปหาลูกค้าที่ลากกระเป๋าเดินทางเข้ามาด้วย...เหยย นั่นไม่ใช่ลูกค้า
"คุณคยูฮยอน.."เสียงหวานใสเรียกออกไปอย่างลืมตัว คราวนี้ทั้งคุณเจ้าของร้านและพนักงานคนใหม่ก็เลยหันมาให้ความสนใจอีซองมินทั้งสองคน
"ซองมิน.."เสียงแหบโหยพร้อมกับใบหน้าแดงกล่ำด้วยพิษไข้ทำให้อีซองมินต้องรีบเดินเข้าไปหาโจคยูฮยอน
"มาได้ไงครับ แล้วนี่คุณคยูฮยอนไม่สบายหรือครับ" ชายหนุ่มพยักหน้าถี่ พร้อมกับหลับตา ซองมินจึงคว้ากระเป๋ามาถือไว้แล้วมืออีกข้างก็ลากคนไข้ตัวโตเดินขึ้นไปบนชั้นสาม
"ขึ้นไปข้างบนก่อนดีกว่า ทนนิดนึงนะครับ" อิมดาจองมองพี่ชายไอดอลของเธอประคองคุณโจคยูฮยอนเจ้าของร้านหายไปทางบันไดเวียนแล้วจึงถอนหายใจออกมา..
ตายแล้ว.. นี่เธอเกือบจะไล่เจ้าของร้านแล้วนะเนี่ย
เมื่อมาถึงห้องนอน อีซองมินก็จับคุณเจ้าของร้านลงนั่งบนเตียง
"ทานยาหรือยังครับ" ชายหนุ่มส่ายหน้าแล้วหงายหลังลงไปบนเตียงแล้วนอนหลับตานิ่งๆ
ซองมินมองอีกฝ่ายที่เริ่มจะงอแง "แล้วข้าวละครับ"
"ทานซุปไปนิดหน่อยตอนอยู่บนเครื่อง"ตอบทั้งที่ยังไม่ลืมตา ซองมินเดินไปค้นๆยาแก้ไข้ในกระเป๋าของตัวเองพร้อมกับหยิบน้ำที่วางอยู่ข้างตู้เย็นมาด้วย
มือเล็กสะกิดเรียกคนที่นอนหลับตาให้ลุกขึ้นมาทานยาโชคดีที่คยูฮยอนทำตามโดยไม่ต้องออกแรงและเพียงครู่เดียวหลังจากทานยาโจคยูฮยอนก็หลับสนิทไป
ซองมินหายไปทางห้องน้ำแล้วกลับออกมาพร้อมผ้าขนหนูหมาดๆหนึ่งผืน มือน้อยเอื้อมมือไปคลายกระดุมเสื้อของคุณเจ้าของร้านออกทีละเม็ด
แล้วจึงค่อยๆแตะไล้ผ้าขนหนูสีขาวสะอาดลงบนใบหน้าคม ลากไล้เบาๆไปตามโครงหน้าหล่อเหลา ก่อนจะเปลี่ยนด้านสัมผัสของผ้าขนหนู
โจคยูฮยอนบิดตัวน้อยๆเมื่อสัมผัสเย็นจัดแปะลงมาที่ซอกคอ ซองมินกวาดผ้าขนหนูไปทั่วแผ่นอกกว้าง เมื่อผ้าขนหนูผืนนุ่มเริ่มมีอุณหภูมิสูงตามคนป่วย
จึงกลับเข้าไปซักกับน้ำเย็นๆในห้องน้ำแล้วกลับออกมาเช็ดตัวให้คุณเจ้าของร้านอีกครั้ง
จนกระทั่งอุณหภูมิในร่างกายของคยูฮยอนลดลงบ้างแล้วซองมินจึงเอาผ้าไปเก็บ ติดกระดุมเสื้อ แล้วห่มผ้าให้คนนอน ..
ตื่นมาอีกทีไข้คงจะลดแล้วละมั้ง
คนตัวเล็กไต่บันไดเวียนลงมาข้างล่าง เมื่อเท้าแต่พื้นชั้นล่างสุดอิมดาจองก็ถลาเข้ามาหาทันที
"พี่ซองมินคะ..เมื่อกี้คุณคยูฮยอนเจ้าของร้านหรือคะ"เด็กสาวตัวสูงยื่นหน้ามาถามด้วยความสงสัย
"อืม คนนี้แหละ.."ดาจองดีดนิ้วดังเปาะ อมยิ้มแก้มตุ่ย ทำท่าประหนึ่งว่าดีใจอะไรนักหนา
"มีอะไรดาจอง"
"ก็ที่ดาจองคิดไว้นะสิคะ ว่าคุณเจ้าของร้านจะหล่อเหมือนที่พี่สาวพนักงานตึกนู้นเค้าพูดกันหรือเปล่า คุณคยูฮยอนน่ะหล่อมากเลยจริงๆค่ะ"
อิมดาจองพูดจบก็ยื่นใบหน้าชวนฝันเข้ามาใกล้ซองมินอีกนิด "อ๊ะ แต่พี่ซองมินของดาจองหล่อกว่านิดนึงนะคะ"อีซองมินหลุดขำก่อนจะเอาปากกาที่ถืออยู่ในมือเคาะลงบนหน้าผากเล็ก
"ว่าไปนั่น..แต่ก็นะ ดาจองพูดความจริงนี่นาพี่ไม่ว่าอะไรหรอก" ว่าแล้วก็หัวเราะคิกคักกันสองคน
จนเกือบได้เวลาปิดร้านซองมินจึงบอกให้ดาจองไปเตรียมตัวกลับบ้าน เมื่อดาจองไปแล้วซองมินจึงไต่บันไดขึ้นไปบนชั้นสาม
ซองมินค่อยๆแง้มประตูออกดู โจคยูอยอนยังคงนอนอยู่บนเตียง มือน้อยแตะลงบนหน้าผากกว้าง
ไข้ลดลงแล้ว ดีนะที่มาถึงตอนที่ร้านใกล้จะปิด ซองมินนั่งมองคนหลับไปเรื่อยๆ ทั้งที่เมื่อวานคุณคยูฮยอนบอกว่าอีกสองวันถึงจะได้กลับ
แต่ผ่านไปแค่คืนเดียวคุณเจ้าของร้านก็มานอนอยู่ที่นี่ซะแล้ว แถมป่วยกลับมาด้วย
คยูฮยอนกระพริบตาสองสามทีเพื่อปรับความเคยชินกับแสงที่ลอดผ่านเข้ามา ร่างสูงพลิกตัวเบาๆเผื่อผ่อนคลายความเมื่อย
ซองมินที่นั่งเก็บกระเป๋าอยู่ข้างเตียงได้ยินเสียงขยับตัวจึงลุกขึ้นมาดู
"ตื่นแล้วหรือครับ" โจคยูฮยอนขยับลุกขึ้นนั่งพิงกับหัวเตียง มือหนาตบลงที่ว่างข้างตัวให้ซองมินลงนั่ง
"หิวมั้ยครับ"ชายหนุ่มส่ายหน้าเบาๆ มองคนที่นั่งหันหน้าเข้าหาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคิดถึง..ซองมินมองสบตาของอีกฝ่ายแล้วก็ต้องเบือนหน้าหนี
มองแบบนี้ซองมินเขินนะคุณเจ้าของร้าน ทั้งที่เขาพยายามจะหยุดคิดถึงเหตุการณ์วันนั้นแต่พอถูกคุณเจ้าของร้านมองด้วยสายตาแบบนี้อีกซองมินก็เลยหน้าร้อนขึ้นมาได้ง่ายๆ
คนตัวเล็กพยายามคิดหาวิธีที่จะให้ตัวเองหลุดพ้นจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัดเพราะหัวใจเต้นเร็วนี้
"คืนนี้คุณคยูฮยอนจะกลับบ้านมั้ยครับ"
"ผมอยากนอนที่นี่" ซองมินพยักหน้ารับรู้ แต่ไม่ได้ยอมรับในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด
"แต่คุณคยูฮยอนไม่สบาย นอนที่นี่อาจจะไม่สะดวก"
"แล้วไง..ไม่สบายผมกลับไปนอนที่บ้านก็ใช่ว่าจะหายนี่" มันก็จริงครับ ว่าแต่อาการดีขึ้นขนาดต่อปากต่อคำได้แล้วซองมินก็ขอตัวเลยละกัน
ก็คุณเจ้าของห้องท่านกลับมาแล้ว แล้วจะให้ซองมินนอนที่นี่ต่อไปก็ใช่เรื่อง คนตัวเล็กลุกขึ้นจากเตียงไปเดินหยิบของใช้ใส่กระเป๋า
คยูฮยอนมองตามคนที่เดินไปเก็บของแล้วถอนหายใจออกมาแรงๆ
"ซองมิน..ทำอะไร"
"เก็บของไงครับ คืนนี้คุณคยูฮยอนนอนที่นี่ ผมว่าผมจะกลับไป.."
"ซองมิน..นอนที่นี่เถอะ ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น" คิ้วเรียวขมวดมุ่น ดวงตากลมจ้องมองคนพูดด้วยความไม่เข้าใจ
"เตียงก็ออกจะกว้าง นอนด้วยกันซะที่นี่ ไม่เห็นจะเป็นไร"ใบหน้าเล็กร้อนผ่าว ร้อนสุดๆเลยคราวนี้
หน้าซองมินมันเหลอหลาจนคนมองเผลอหลุดยิ้มกว้างออกมา
โชคดีที่ซองมินก้มหน้าลงไปซะก่อน คยูฮยอนเลยรอดพ้นจากข้อหาคิดการใหญ่ไปแบบฉิวเฉียด เพราะเมื่อซองมินเงยหน้าขึ้นมาก็พบใบหน้านิ่งๆของคุณเจ้าของร้านเช่นเดิม
"งั้นคุณคยูฮยอนจะอาบน้ำเลยมั้ยครับ ตั้งแต่กลับมายังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเลย" ชายหนุ่มก้มลงมองตัวเองแล้วก็ลุกขึ้นมาจากเตียง
"อาบน้ำก็ดีเหมือนกัน แล้ว..หิวไหมซองมิน" ซองมินยิ้มหวาน
"หิวครับ อีกเดี๋ยวร้านข้าวที่ผมโทร.ไปสั่งคงจะมาส่งแล้วผมสั่งเผื่อคุณคยูฮยอนไปแล้วด้วย ยังไงอาบน้ำเสร็จแล้วผมจะเอาขึ้นมาให้ทานนะครับ"
ว่าจบอีซองมินก็เดินออกจากห้องไป คราวนี้ซองมินสัญญากับตัวเองไว้ว่าจะต้องรอให้แน่ใจซะก่อนว่าตอนที่กลับเข้ามาอีกรอบนั้นคุณเจ้าของร้านแต่งตัวเรียบร้อยดีแล้ว!
หลังจากผ่านอาหารมื้อค่ำไปแล้ว โจคยูฮยอนก็กลับมานอนอยู่บนเตียงเช่นเดิม ร่างสูงพิงศีรษะไว้กับหัวเตียง
ดวงตาคมหวานมองตามคนที่เดินไปนู่นมานี่ไปทุกที่ อีซองมินอยู่ในชุดนอนสีน้ำเงินเข้ม ผมยุ่งๆหลังจากอาบน้ำทำให้เจ้าตัวแลดูอ่อนกว่าวัยลงไปอีก
เขารู้ว่าอีซองมินพยายามเลี่ยงที่จะขึ้นมานอนบนเตียงเพราะเขายังไม่หลับ..และในที่สุดความอดทนของโจคยูฮยอนก็หมดลง
"ซองมิน ไม่นอนหรือ"คนตัวเล็กเดินลากเท้าเข้ามาข้างเตียง
"คุณคยูฮยอนง่วงก็นอนก่อนเลยครับ ผมยังไม่ง่วงเลย อ้อ..แต่ถ้าไฟมันสว่างเดี๋ยวผมปิดให้เลยก็ได้ครับ"มือหนาคว้าเอาแขนกลมกลึงไว้แล้วดึงให้นั่งลงบนเตียง
"นอนเถอะ เดี๋ยวผมจะปิดไฟเอง" และผ่านไปเพียงชั่วอึดใจอีซองมินก็มานอนตัวแข็งอยู่ข้างๆคุณคยูฮยอน ไม่ใช่สิ..ข้างๆหมอนข้างของคุณคยูฮยอนต่างหาก
ภายในห้องมืดสนิทเพราะคุณเจ้าของห้องท่านรูดม่านปิดไปด้วย ซองมินนอนลืมตาในความมืดฟังเสียงลมหายใจของตัวเองสลับกับของอีกฝ่าย
เขารู้ว่าคุณเจ้าของร้านยังไม่หลับ ซองมินอยากขยับตัว อยากพลิกตัวไปมาแต่ก็ไม่กล้า เพราะเกรงว่าจะรบกวนคนข้างๆ
แต่ซองมินก็คงจะไม่รู้ตัวอีกนั่นแหละว่า..โจคยูฮยอนแทบจะนับได้เลยว่าคนที่นอนข้างๆถอนหายใจไปแล้วกี่ครั้ง
"ยังไม่หลับหรือ"เสียงทุ้มต่ำดังมาจากข้างๆ
"เอ่อ ผมรบกวนคุณคยูฮยอนหรือเปล่าครับ ผมว่าผมไปนอนที่โซฟาข้างล่างดีกว่านะครับ"
"ไม่กวนหรอก.."พร้อมกับย้ำคำว่า 'ไม่กวน'
ซองมินรู้สึกถึงสัมผัสอุ่นจัดตรงข้อมือเล็ก มือหนาค่อยๆเลื่อนไปบีบกระชับฝ่ามือของซองมิน
สอดนิ้วทั้งห้าประสานกับนิ้วมือของซองมินจนแนบสนิท
อาการหัวใจเต้นแรงดูจะจู่โจมซองมินหนักกว่าเดิม ซองมินรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า แล้วคิดว่าแก้มของซองมินคงจะแดงมากแน่ๆ
ไม่ใช่ว่าซองมินไม่รู้ ว่าสิ่งที่คุณเจ้าของร้านทำหมายถึงอะไร ตั้งแต่กอดในวันนั้น แววตาที่มองมาแบบนั้น ซองมินรู้..รู้มาตลอด
รวมไปถึงทุกความรู้สึกที่ส่งผ่านมาจากการกระทำที่ใส่ใจ แต่หลายอย่างที่เกิดขึ้นตอนนี้ทำให้ซองมินไม่แน่ใจ
อีซองมินชอบความสมบูรณ์แบบ ซึ่งมันเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย..ซองมินชอบใช้ชีวิตด้วยความสบายใจ
ซองมินมีความสุขที่ได้รับการใส่ใจจากคนที่ซองมินรัก แต่ซองมินจะมีความสุขกว่านี้ถ้าเขาคนนั้นจะรักซองมินได้อย่างสบายใจเหมือนกัน
แต่เหนือกว่าสิ่งอื่น..ซองมินก็อยากให้'เขา'รับรู้ว่า ซองมินเองก็ 'รัก' ไม่น้อยไปกว่ากัน..
มือบางกระชับตอบกับมือหนาในความมืด
ซองมินอมยิ้มเงียบๆกับความกล้าหาญของตัวเอง
ซองมินบอกไปแล้ว หลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณเจ้าของร้านแล้วว่า..จะรับรู้หรือไม่
และโจคยูฮยอนก็ยังคงเป็นโจคยูฮยอนคนเดิม..คนที่ใส่ใจต่อทุกการกระทำของซองมิน..
ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเล็กน้อยเพียงไหน..แต่เมื่อเป็นอีซองมิน สิ่งนั้นจะกลายเป็นความพิเศษที่เขาไม่อาจละเลย เพียงแค่อีซองมินหายใจผิดจังหวะเขายังรู้ได้..
เพราะฉะนั้นคงไม่ต้องถามว่าทำไมในเวลานี้โจคยูฮยอนถึงหยิบหมอนข้างเจ้าปัญหาไปวางไว้ที่ข้างเตียงเสีย
แล้วเปลี่ยนจากกุมมือเป็นการยกตัวขึ้นจุมพิตเบาๆที่หน้าผากมน..คยูฮยอนขยับตัวเข้าไปใกล้ซองมิน สอดแขนรองท้ายทอยให้อีกคนหนุนนอนได้สะดวก
ไล้มืออีกข้างไปตามแก้มเนียนของคนในอ้อมกอด เสียงทุ้มเอ่ยถามเบาๆในความมืด "ถ้าพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาแล้วติดไข้ผม..จะว่าไง"
ซองมินยิ้มบางๆ วางมือเล็กลงบนแก้มของคนป่วย..
"ที่ผ่านมาเราก็ดูแลกันและกันได้ดีไม่ใช่หรือครับ คุณเจ้าของร้าน.." คงเป็นคำตอบที่ตรงใจคนถามมากที่สุด
คยูฮยอนจึงให้รางวัลคนเก่งด้วยการกดจมูกจงบนแก้มเนียนอีกครั้ง
..วงแขนแข็งแรงกระชับอ้อมกอดแน่นเข้า เพื่อกล่อมซองมิน ..ให้ฝันดี..
TO-B-CON ...
* มาช้าอีกแล้ว..ขอโทษจริงๆค่ะ สำหรับคนที่รอ(มีเหรออออ)
* เขาบอกรักกันแล้ว หงิงงงงงงงงง
* ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นในพาร์ทที่แล้วค่ะ ซาบซึ้งมากถึงมากที่สุด คอมเม้นมีจำนวนน้อย แต่..ทุกคอมเม้นเต็มไปด้วยความใส่ใจ เรารักทุกคอมเม้นจริงๆค่ะ ^^
* พาร์ทนี้สนุกหรือไม่อย่างไรก็บอกได้นะคะ
* พาร์ทนี้ก็ยังคงเรื่อยๆ โดยธรรมชาติของฟิกเรื่องนี้ อารมณ์มันจะประมาณนี้แหละค่ะ คงไม่มีตื่นเต้นหวือหวา เพราะเราตั้งใจให้มันดูธรรมดาและเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปค่ะ (เอาให้จิ้นง่ายๆไว้ก่อน)
* ขอบคุณทุกคนที่สละเวลาเข้ามาอ่านและเม้นค่ะ
* รักคุณ^_____________^



หวานน้ำตาล 10 กิโล
อ่านแล้วหยุดยิ้มไม่ได้เลยค่ะ
ช่วยด้วย ช่วยด้วย >//////<
คุณเจ้าของร้านกับคุณพนักงาน... อ่อนหวาน อบอุ่น ที่สุดในโลกกกก อร๊ากกกกกกก
#1 By ...alfalfa... on 2009-06-23 00:06