[Fic]::IS LOVE:: 03[KM]

posted on 06 Jun 2009 23:52 by story-sunn  in KYUMIN-FICTION

 

Title :  IS LOVE  
Couple : Cho Kyuhyun x Lee Sungmin

 

 

PART 03

 

 

กรุ๊ง กริ๊ง ~ ~

 

 

ซองมินเหลือบตาขึ้นมองคนมาใหม่ก่อนจะโค้งน้อยๆ ร่างสูงของคุณเจ้าของร้านยังคงดูโดดเด่นเสมอแม้ในวันที่อากาศอึมครึมแบบนี้
และคนที่เดินตามเข้ามาก็ยังคงดูสดใสสมกับเป็นคุณหนูตระกูงดัง .. ซารุวาตาริ ชิอากิ

"สวัสดีค่ะซองมิน" คุณชิอากิที่เดินเข้ามาทีหลังก้าวแซงคยูฮยอนเพื่อมาหาซองมิน ร่างบางเปิดยิ้มกว้างขวางทักทายซองมินอย่างร่าเริง

แววตาดูเป็นประกายราวกับเด็กน้อยเจอของถูกใจ ซองมินยิ้มรับอีกฝ่ายบางๆ ก่อนที่มือเล็กจะยื่นถุงอาหารมาตรงหน้า

"ชิอากิซื้อมาฝากซองมินค่ะ ทานด้วยกันนะคะ" ซองมินมองกล่องอาหารชั้นเลิศจากภัตราคารชื่อดังก่อนจะเอ่ยขอบคุณเช่นทุกครั้ง

 

 

 

 

 

หลังจากวันแรกที่เจอกันนั้นคุณหนูชิอากิจะต้องตามคุณเจ้าของร้านเพื่อนำขนมหรืออาหารมาฝากซองมินทุกวัน
เมื่อมาถึงเธอมักจะมานั่งที่เคาร์เตอร์กับซองมิน หญิงสาวพยายามชวนซองมินคุยด้วยไม่ว่าจะเรื่องอะไร

ทั้งที่บทสนทนาทั้งหลายควรจะเป็นภาษาอังกฤษ

แต่หลายครั้งเธอก็มักจะเผลอหลุดแล้วคุยกับซองมินเป็นภาษาญี่ปุ่น และที่น่าขันไปกว่านั้นคือ..:ซองมินก็เผลอคุยกับเธอเป็นภาษาญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน

เพราะซองมินเคยเรียนภาษาญี่ปุ่นดังนั้นไม่ว่าเธอจะใช้ภาษาอะไรในการสื่อสารซองมินก็คุยกับเธอได้ทั้งนั้น..

ซองมินคิดว่าคุณชิอากิเป็นผู้หญิงที่น่ารักคนหนึ่ง..


 

 

 

 

 

"ซองมิน..ผมจะออกไปข้างนอก..เย็นนี้ปิดร้านทีนะ" เสียงที่ดังมาจากทางด้านหลังเรียกให้คนที่กำลังเรียงหนังสือบนชั้นหันกลับมา

โจคยูฮยอนยืนมองคุณพนักงานตัวกลมก่อนจะสังเกตเห็นว่าที่มือเล็กมีพลาสเตอร์ปิดแผลแผ่นใหญ่ๆแปะอยู่ตรงฝ่ามือ ร่างสูงสืบเท้าเข้าไปใกล้คนตัวเล็ก

ก่อนจะถือวิสาสะคว้ามือนุ่มนิ่มขึ้นมาดู

"ไปโดนอะไรมา" ซองมินมองท่าทางคนตรงหน้าก่อนจะยิ้มให้

"แก้วน้ำน่ะครับ พอดีผมเก็บเศษแก้วน้ำที่มันแตกก็เลย.." เป็นอย่างที่เห็นนั่นแหละ..วู้วววว จะทำหน้าดุอะไรกันนักหนาครับคุณผู้ชาย

ซองมินแอบค่อนขอดคนหน้าดุที่ตอนนี้พลิกมือเขาไปมาเบาๆ

"เจ็บมากมั้ย " เจ็บมากๆ ซองมินอยากบอกแบบนี้ แต่เมื่อเงยหน้ามาเจอแววตาอ่อนโยนที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนักจากอีกฝ่ายปากเล็กๆก็หุบฉับ

"ไม่..เจ็บแล้วครับ" ทั้งที่ซองมินคิดว่าตัวเองพูดเสียงดังแล้ว..แต่เขาเองก็ยังไม่แน่ใจว่ามันจะดังไปกว่าเสียงหัวใจที่กำลังเต้นรัวอยู่ในตอนนี้หรือเปล่า

"แล้วโดนตั้งแต่เมื่อไหร่" คยูฮยอนไล้นิ้วหัวแม่มือไปรอบๆแผลอย่างแผ่วเบา..

ราวกับว่าทำแบบนั้นแล้วแผลของซองมินจะหายวับไปกับตา

"ตอนเที่ยงครับ"

"ดูแลตัวเองหน่อยสิ" ซองมินแอบยู่หน้าให้กับประโยคเรียบๆนั้น.. มือเจ็บผมก็ทำงานได้ครับ!!!

แต่ก่อนที่จะได้ตอบอะไรกลับไปคุณหนูตระกูลดังว่าที่คู่หมั้นของคนตรงหน้าก็เปิดประตูร้านเข้ามาพร้อมกับถุงสีขาวในมือ

"ซองมินคะ..ชิอากิซื้อพลาสเตอร์ยามาให้ค่ะ"โจคยูฮยอนหันไปมองคนที่เดินเข้ามาหาซองมินเธอยิ้มบางๆให้เขาเล็กน้อยก่อนจะจับมือซองมินขึ้นมา

"ซองมินยังเจ็บอยู่มั้ยคะ..ขอโทษนะคะ..ชิอากิไม่ได้ตั้งใจจริงๆ"หญิงสาวพูดไปพร้อมกับพลิกมือซองมินไปมาคล้ายกับที่คุณเจ้าของทำเมื่อครู่

"ผมไม่เจ็บแล้วครับ.."ซองมินรีบดึงมือออกจากมือหญิงสาวเมื่อเห็นว่าแววตาคนตัวสูงเริ่มขุ่น..คนตัวเล็กหลุบตาลงต่ำแล้วจึงเอ่ยออกมาเบาๆ

"ผมขอตัวทำงานก่อนนะครับ"ว่าจบก็เดินหนีออกมาจากคนทั้งคู่..

 

โจคยูฮยอนมองคนตัวเล็กที่เดินกลับเข้าไปหลังร้านจนลับตาก่อนจะหันกลับมาสนใจคนตรงหน้า

คุณหนูชิอากิกำลังส่งยิ้มบางมาให้เขาพอดี.."ชิอากิขอตัวไปดูหนังสือก่อนนะคะ" เสียงใสเอ่ยขอตัวกลายๆแต่ก่อนที่จะทันได้เดินออกมาเสียงทุ้มก็ดังขัดขึ้น

"ซองมินถูกแก้วบาดได้ยังไงครับ"หญิงสาวได้ยินคำถามก็หน้าเจื่อนลงเล็กน้อยก่อนจะอ้อมแอ้มตอบ

"ชิอากิจะช่วยซองมินล้างแก้วที่ใช้ดื่มชาร้อนน่ะค่ะ แล้วมือชิอากิลื่นก็แก้วก็เลยหล่นแตก ซองมินมาช่วยเก็บให้แต่ชิอากิก็ช่วยเก็บด้วยเศษแก้วก็เลยไปโดนมือซองมินค่ะ"

ร่างสูงพยักหน้ารับกับคำบอกเล่านั้น ใบหน้าคมเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์

"ผมจะออกไปข้างนอก..คุณซารุวาตาริจะไปด้วยกันไหมครับ"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นก่อนที่คุณซารุวาตาริจะพูดอะไรอีก..

ประโยคเชิญชวนที่ฟังแบบไหนก็รู้ว่าคำตอบมีเพียงอย่างเดียวคือ..ตกลง

 

คุณหนูว่าที่คู่หมั้นพึมพำรับคำแล้วจึงเดินไปหยิบกระเป๋าใบเล็กของเธอตรงเคาเตอร์ ท่าทางหงอยๆแบบนั้นทำให้คนที่แอบมองอยู่หลังร้านนึกสงสารขึ้นมาจับใจ

ซองมินเดินออกมาจากหลังร้านพร้อมกับหนังสือเก่าสองสามเล่มในมือที่ลูกค้าจองไว้ เมื่อหญิงสาวหันมาเห็นจึงเปิดยิ้มกว้างให้คุณพนักงานตัวกลม

"ชิอากิไปก่อนนะคะซองมิน"ซองมินค้อมตัวเล็กน้อย ยกมือขึ้นโบกตอบอีกฝ่ายไปสองสามทีแล้วจึงหันมาโค้งตัวให้คุณเจ้าของร้าน

โจคยูฮยอนพยักหน้าให้คนตัวเล็กแล้วจึงเดินออกจากร้านไปพร้อมกับว่าที่คู่หมั้น..

 

 

 

 

 

เสียงสายฝนข้างนอกร้านยังคงดังอย่างต่อเนื่อง..ฤดูฝน..ฤดูกาลแห่งความชุ่มฉ่ำ

ซองมินวางคางลงกับด้ามไม้ถูพื้นพร้อมกับถอนหายใจแรงๆสองสามที..ร่างเล็กยืนอยู่ริมกระจกภายในร้าน
สายตายังคงมองออกไปยังด้านนอก..สายฝนยังคงตกกระหน่ำลงมาราวกับคนที่อยู่เบื้องบนกำลังกราดเกรี้ยว

มือน้อยไล้ไปตามกระจกที่อีกฝั่งมีละอองฝนเล็กๆเกาะอยู่..รถราบนถนนดูเคลื่อนที่ได้ช้ามากกว่าปกติ
ซองมินตัดสินใจเอาไม้ถูพื้นไปเก็บก่อนจะเดินสำรวจร้านจนทั่วแล้วจึงเริ่มปิดไฟทีละดวงจนครบจากนั้นจึงจัดการล๊อกประตูหน้าร้าน

 ร่มคันเล็กที่หยิบติดมาในกระเป๋าตั้งแต่ตอนเช้าถูกนำออกมาใช้งาน ซองมินกางร่มก่อนจะเดินไปเรื่อยๆตามฟุตบาทจุดหมายคือสถานีรถไฟฟ้า

 

 

 

 

 

เสียงแตรรถที่ดังมาจากทางด้านหลังเรียกให้คนที่กำลังไปเรื่อยหยุดหันมามอง..

รถยนต์สีดำคันใหญ่ปราดเข้ามาหยุดข้างๆซองมิน ร่มสีดำคันใหญ่ถูกกางออกก่อนที่เจ้าของรถจะเดินลงมา
ร่างสูงใหญ่เดินมาหยุดตรงหน้าซองมิน ใบหน้าเข้มคลายยิ้มอ่อนโยนทันทีเมื่อแน่ใจว่าทักคนไม่ผิด

"จะกลับบ้านหรือครับ" เสียงทุ้มเอ่ยถามดังๆแข่งกับเสียงฝน ซองมินยิ้มรับพร้อมกับพยักหน้าเบาๆ

"ครับ.."

"ขึ้นรถเถอะครับ ผมจะไปส่ง ฝนตกแบบนี้เดินไปจะเปียกมากกว่านี้นะครับ"

"ไม่เป็นไรครับ" ซองมินรีบปฏิเสธคุณคนขับรถส่วนตัวของคุณหนูชิอากิ

"อย่าเกรงใจเลยครับ ถ้าคุณหนูรู้ว่าผมปล่อยให้คุณซองมินเดินฝ่าฝนกลับบ้านแบบนี้เธอคงนอนไม่หลับแน่"
ว่าจบร่างสูงก็ดันหลังซองมินไปที่รถก่อนจะเปิดประตูให้

 คนตัวเล็กกำลังจะหุบร่มของตัวเองก็รู้สึกถึงสัมผัสเย็นเยียบตรงข้อมือ..

ซองมินไล่สายตาไปตามลำแขนยาวก่อนจะพบว่าเจ้าของมันคือคุณเจ้าของร้านหน้านิ่ง

"ขอโทษนะครับคุณฮาเซกาวา คุณหนูของคุณเพิ่งจะเสร็จการประชุมที่บริษัท เธอเปลี่ยนใจไม่ต้องการให้ผมไปส่ง..บอกว่าจะรอให้คุณไปรับผมคิดว่าตอนนี้เธอคงกำลังโทร.หาคุณอยู่"

"ส่วนซองมิน..ผมจะไปส่งเขาเอง" มือใหญ่เอื้อมไปดันประตูรถที่เปิดค้างไว้ให้ปิดลงแล้วจึงออกแรงดึงเอาพนักงานตัวกลมให้เดินตามมา

 

 

 

 

 

เมื่อเข้ามานั่งในรถอีกคันเรียบร้อยแล้วซองมินก็รีบถอนหายใจแรงๆตอนที่ร่างสูงเดินอ้อมไปขึ้นรถอีกฝั่ง
ใบหน้าคมยังคงเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดๆ

"ทานข้าวหรือยัง" 

"ยังครับ"

"หิวไหม" ซองมินมองหน้าคนถามก่อนจะตอบไปตามความจริง

"ก็นิดหน่อยครับ" คยูฮยอนหันมามองอีกฝ่ายอย่างชั่งใจ

"ทนนิดนึงนะ ไปโรงพยาบาลก่อนแล้วเดี๋ยวจะพาไปทานข้าว"

"ถ้าคุณคยูฮยอนมีธุระก็ไม่เป็นไรครับ ผมกลับบ้านเองได้"คยูฮยอนปรายตามองมือน้อยๆของซองมิน

"ไปทำแผลก่อนแล้วค่อยไปทานข้าว" ซองมินยกมือข้างที่เจ็บขึ้นมาก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

"ไม่เป็นไรครับ แผลนิดเดียวเอง"

"นิดเดียวก็ต้องทำ ไม่งั้นมันจะอักเสบ"คยูอยอนมองคนที่กำลังจะเถียงก่อนจะพูดเสียงเรียบ

"ทำแผลไม่นานหรอก เดี๋ยวก็ได้ทานข้าวแล้ว" ว่าจบก็พอดีกับที่รถคันใหญ่เลี้ยวเข้าสู่เขตโรงพยาบาล..

ซองมินไม่ใช่คนเห็นแก่กินนะคุณเจ้าของร้าน!!!

 

 

 

ซองมินก้มลงมองมือที่มีผ้าพันแผลพันไว้พร้อมกับนึกค่อนขอดคนที่กำลังเดินไปรับยาแทนตัวเองอยู่

กะอีแค่เศษแก้วบาดทำท่าซะอย่างกับว่าซองมินไปเหยียบกับระเบิดมา กลัวว่าซองมินจะมือเน่าถูกตัดทิ้งจนไม่มีคนทำงานให้หรือไงกันครับคุณเจ้าของร้าน

คนตัวเล็กนึกบ่นโน่นนี่ไปเรื่อย ก็คนมันหิวข้าวจะให้มานั่งยิ้มเริงร่าอยู่ก็คงไม่ไหว

พอท้องไส้มันเรียกร้องระบบการคิดมันก็เลยปั่นป่วน ไอ้ที่จะมานั่งมองโลกในแง่ดีตอนนี้มันก็ใช่ที่

ซองมินเป็นคนธรรมดายังไม่บรรลุสัจธรรมข้อไหนทั้งนั้น เมื่อหิวแล้วไม่ได้ทานมันก็ต้องหงุดหงิดบ้างอะไรบ้าง

แล้วตอนนี้ซองมินกำลังหงุดหงิดเจ้านายนอกเวลางาน..เพราะงั้นถ้าซองมินจะกระแทกลมหายใจใส่คนข้างๆก็คงไม่ผิดนัก

 

 

 

จนเมื่อเจ้าของร่างสูงก้าวมาหยุดตรงหน้าซองมินจึงลุกขึ้นยืนโดยไม่ต้องมีใครสั่ง (แค่กระเพาะเรียกร้องนิดๆหน่อยๆ)

ขาเล็กกำลังจะก้าวออกไปก็เป็นอันหยุดชะงักเมื่อคุณป้าที่ซองมินนั่งกระแทกลมหายใจใส่อยู่ราวๆสิบนาทีเอ่ยขึ้นมา

"พ่อหนุ่ม..ปล่อยให้แฟนรอนานดูสิหน้าบูดไปหมดแล้ว" ทั้งซองมินและคยูฮยอนหันไปมองคุณป้าคนนั้น หญิงชราท่าทางอารมณ์ดีกำลังส่งยิ้มมาให้คนทั้งคู่

โจคยูฮยอนคลายยิ้มไปให้คุณป้าช่างสังเกต "เขาคงจะหิวน่ะครับ คนนี้ถ้าหิวมากๆแล้วจะชอบพาลพาโลคิดโน่นคิดนี่ไปเรื่อย ขอบคุณนะครับที่เป็นห่วง"

"ผมไปก่อนนะครับ"ร่างสูงโค้งให้คุณป้าก่อนจะคว้ามือซองมินมาจับไว้แล้วจูงออกไป

คนตัวเล็กที่ยังอึ้งอยู่กับประโยคยาวๆของคุณเจ้าร้านได้แต่ทำตาปริบๆ ก้าวขาตามไปอย่าง-งงๆ

 

 

 

 

 

 

อีซองมินลอบมองคนตรงหน้าอย่างระมัดระวัง..ผู้ชายคนนี้มีเวทมนต์หรืออย่างไรกันถึงได้รู้ว่าซองมินคิดอะไรอยู่

คุณเจ้าของร้านรู้มานานแค่ไหนแล้วว่าซองมินแอบนินทาอยู่เงียบๆ  แล้วถ้ารู้ว่าซองมินนินทาในใจ

แล้ว"บางอย่าง"ที่ซองมินแอบคิดล่ะ..รู้ด้วยหรือเปล่า?

 

 

คนตัวเล็กก้มลงไปซดน้ำแกงข้นๆ ด้วยความที่ทานไประแวงไปทำให้เกิดสำลักขึ้นมา

เสียงไอค่อกแค่กของเพื่อนร่วมโต๊ะอาหารทำให้โจคยูฮยอนต้องรีบเงยหน้าขึ้นมามอง

คุณพนักงานตัวกลมกำลังปิดปากปิดจมูกไอน้ำหูน้ำตาไหล มือหนาคว้าแก้วน้ำยื่นไปให้คนตรงหน้า

ซองมินรีบรับแก้วน้ำไปดื่มเร็วๆ

"ดื่มช้าๆสิ..เดี๋ยวก็สำลักอีกหรอก.." คิ้วเรียวขมวดมุ่นมองคนที่ดุได้ดุเอา ก่อนจะหันหน้าไปทางอื่นแล้วไอต่อ

 

 

ผ่านไปอึดใจอาการไอของซองมินจึงเริ่มหายไป คนตัวเล็กพึมพำขอบคุณคนใจดีที่ยื่นกระดาษทิชชู่มาให้

โจคยูฮยอนมองดวงตาแดงๆของอีกฝ่ายยิ้มๆ มือน้อยกำลังสาละวนอยู่กับการเช็ดหน้าเช็ดตา

ปากเล็กขมุบขมิบบ่นว่าฟ้าดินไปเรื่อยตามนิสัย..

 

อีซองมินก็เป็นแบบนี้..คิดอะไรอยู่ก็แสดงออกมาทั้งหมด..

 

 

 

 

"อิ่มแล้วหรือ"เมื่อเห็นอีกฝ่ายรวบช้อนเรียบร้อยแล้วจึงถามขึ้น

"ครับ" ได้ยินดังนั้นคยูฮยอนจึงหยิบถุงยาส่งให้ซองมิน..

"ยาแก้อักเสบกับยาแก้ปวด.."ซองมินมองซองยาก่อนจะเอื้อมมือไปรับ

"ทานทั้งหมดเลยหรือครับ"

"อืม..ผมบอกให้เขาจัดยาให้เป็นชุดต่อมื้อแล้วล่ะ แต่ละซองก็ทานหลังอาหารแค่นั้นเอง"

ซองมินพยักหน้าช้า ๆ"ขอบคุณนะครับคุณคยูฮยอน"

ที่ไปรับยานานๆเมื่อครู่คงเป็นเพราะให้คุณเภสัชกรจัดยาให้อยู่สินะ..ทั้งที่ถ้าเป็นซองมินคงรับมาแล้วค่อยมาแบ่งๆทานเอง

ทำไงดี..ซองมินรู้สึกผิดจังเลย..เมื่อกี้ตอนรอคุณเจ้าของร้านไปรับยาซองมินแอบว่าในใจไปเยอะเลยนี่นา..


 

 

 

 

เมื่อรถยนต์คันใหญ่เคลื่อนตัวเข้าสู่บริเวณอพาร์ทเม้นของซองมินคนตัวเล็กจึงจัดแจงเตรียมปลดล๊อกเข็มขัดนิรภัย

ทันทีที่รถจอดสนิทซองมินจึงหันไปยิ้มให้คุณเจ้าของร้าน..ใจดี

"ขอบคุณนะครับคุณคยูฮยอน.."

"ขอบสำหรับทุกอย่าง....ในวันนี้" ใบหน้าคมคลายยิ้มอ่อนโยนแทนคำว่า ..ไม่เป็นไร..

 

มือหนาเอื้อมไปคว้ามือน้อยที่ถูกผ้าพันแผลพันไว้มาจับเบาๆ

"พรุ่งนี้วันหยุดก็พักผ่อนเยอะๆล่ะ อย่าเพิ่งใช้มือข้างนี้มากมันจะอักเสบ"

"ครับ..ผมก็กะไว้ว่าพรุ่งนี้จะนอนทั้งวันเลย" แก้มกลมๆบานออกเป็นรอยยิ้มเมื่อคิดถึงแผนที่วางไว้ในวันพรุ่งนี้

 

 

โจคยูฮยอนนิ่งมองรอยยิ้มน่ารักของคนตรงหน้า ใบหน้าที่มักจะเรียบนิ่งเสมอปรากฏร่องรอยของความพึงพอใจ

รอยยิ้มเล็กๆถูกจุดขึ้นตรงมุมปาก มือหนาพลิกเอามือบางมากอบกุมไว้..

"ดูแลตัวด้วยนะ.." เสียงทุ้มนุ่มอ่อนโยนดังขึ้นตรงหน้า..ซองมินมองอีกฝ่ายราวกับภาพฝัน

คนตัวเล็กพยักหน้าหงึกหงักรับคำแผ่วเบา..

 

 

ตอนนี้ซองมินแน่ใจแล้วว่าคุณเจ้าของร้านมีเวทมนต์..

 

เวทมนต์ที่สามารถสะกดหัวใจของใครๆได้..ไม่เว้นแม้แต่ซองมิน..

 

 ซองมินค่อยๆบิดมือออกจากการเกาะกุมของคุณเจ้าของร้านเป็นครั้งที่สองของวัน

"ผมไปก่อนนะครับ.."

"เอ่อ..ขับรถดีๆนะครับ"

"อืม..อย่าลืมทานยาล่ะ" ซองมินพยักหน้าสองสามทีก่อนจะเปิดประตูรถลงไป และก็เป็นเช่นทุกครั้ง

คุณเจ้าของร้านรอจนคุณพนักงานตัวกลมเดินหายเข้าไปข้างในอพาร์ทเม้นจึงค่อยออกรถ..


 

 

 

 

อีซองมินเดินกุมแก้มที่ร้อนผ่าวไปตามทางเดิน..

โชคดีที่เมื่อกี้ในรถค่อนข้างมืดไม่งั้นคุณคยูฮยอนคงเห็นแน่ๆว่าแก้มของซองมินแดงเป็นมะเขือเทศแบบนี้

 

 

ร่องรอยความอบอุ่นอ่อนโยนยังคงแผ่กระจายเต็มมือ ยิ่งคิดก็ยิ่งเขิน

ซองมินค้อนฟ้าค้อนฝนไปเรื่อยๆเมื่อนึกไปถึงตัวต้นเหตุของอาการหัวใจเต้นรัว..

คุณเจ้าของร้านนิสัยไม่ดีเลย..ทำแบบนี้บ่อยๆซองมินจะเป็นหัวใจเอาได้ง่ายๆนะ

 

 

แล้วอยู่ๆเสียงคุณป้าในโรงพยาบาลก็ดังขึ้นมาในห้วงความคิด.."พ่อหนุ่ม..ปล่อยให้แฟนรอนานดูสิหน้าบูดไปหมดแล้ว"

ใช่สิ..ซองมินลืมไปเลยว่าคุณป้าพูดแบบนี้ ก็ซองมินปฏิเสธไม่ทันนี่นา แถมคุณเจ้าของร้านยังเออออห่อหมกไปกับคุณป้าซะอีก

แฟนหรือ..ใช่ที่ไหนกันล่ะ..ระหว่างซองมินกับคุณโจคยูฮยอนก็แค่ พนักงานคนหนึ่งกับคุณเจ้าของร้านแสนใจดี

 

ซองมินหลงรักความอบอุ่นและใจดีของคุณเจ้าของร้าน ใบหน้าที่เรียบนิ่งที่แสดงออกมาทำให้หลายคนรู้สึกเกรงกลัว

แต่ซองมินก็ไม่เห็นว่าจะมีใครสักคนปฏิเสธที่จะได้เข้าใกล้คุณเจ้าของร้าน ทั้งรูปร่าง หน้าตา รวมไปถึงหน้าที่การงานฐานะทางบ้าน

คุณสมบัติที่เพียบพร้อมแบบสิบเต็มสิบเช่นนี้ ไม่ว่าใครก็อยากเข้าหา..เพียงแต่ว่า..คนที่เพียบพร้อมเช่นคุณโจคยูฮยอนมีว่าที่คู่หมั้นแล้วก็เท่านั้นเอง

 

 

มือบางผลักบานประตูหน้าห้องเข้าไป..ร่างเล็กทิ้งตัวลงกับโซฟาตัวเล็ก
ยกมือข้างที่มีผ้าพันแผลขึ้นมามอง..รอยยิ้มน้อยๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน

 

 

ซองมินไม่ใช่คนเก่งกล้าสามารถอะไรที่จะตัดใจจากใครสักคนได้ง่ายๆ

ที่สำคัญ..ซองมินคิดว่าการเลิกรักใครสักคนเพียงเพราะเขาไม่ได้รักเราไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้องเสมอไป

การที่คุณเจ้าของร้านมีว่าที่คู่หมั้นอยู่แล้วไม่ได้ทำให้ซองมิน "รัก" โจคยูฮยอนน้อยลงเลย

ซองมินไม่ได้ทำผิดตราบใดที่ซองมินยังยืนอยู่ในขอบเขตของตัวเอง..

ซองมินเป็นแค่พนักงานธรรมดาๆที่หลงรักคุณเจ้านายของตัวเอง..ก็แค่นั้นเอง

 

..

 

....

 

จากที่คิดไว้ว่าจะนอนทั้งวัน..แต่เมื่อตื่นนอนตอนเช้าซองมินก็พบว่าอากาศในวันหยุดประจำสัปดาห์ของซองมินสดใสกว่าทุกวัน

วันที่แสนสดใสในฤดูฝนช่างหาได้ยากและซองมินก็ไม่อยากจะปล่อยให้วันดีๆผ่านไปโดยที่ไม่ได้ทำอะไร..

 

คนตัวเล็กปั่นจักรยานแม่บ้านที่ยืมมาจากคุณน้าเฮวอนที่อยู่ห้องข้างๆไปตามทางเดินในสวนสาธารณะใกล้อพาร์ทเม้น

คุณปู่คุณย่าหลายคนออกมาวิ่งตอนเช้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม..

ซองมินปั่นจักรยานไปเรื่อยๆจนเจอเก้าอี้ว่างใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้กับทางออกสวนสาธารณะจึงพาจักรยานเข้าไปจอด

ร่างเล็กทรุดนั่งลงบนเก้าอี้กวาดสายตามองไปรอบๆ ดื่มด่ำกับความสดชื่นรอบกาย ทั้งที่เมื่อคืนฝนตกหนักแต่เช้านี้กลับสดใสได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

ซองมินฮัมเพลงไปตามเสียงจากเครื่องเล่นMP3 มือเล็กเคาะกับที่วางแขนของเก้าอี้ ทอดร่างบวมๆของตัวเองลงกับพนักเก้าอี้

ปล่อยให้ความเกียจคร้านออกมาวิ่งเล่นอย่างอารมณ์ดี ดวงตากลมโตพริ้มหลับปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปตามกระแสลมอ่อนๆที่พัดหมุนอยู่รอบกาย ท่าทางน่ารักที่ใครผ่านมาเห็นก็ต้องอมยิ้ม

 

 

อีซองมิน..จะรู้ตัวหรือเปล่า..ว่าตัวเองก็มีเวทมนต์ที่ใช้สะกดหัวใจใครหลายๆคนได้เช่นกัน..


 

.. 

 

 

 ....

 

สายลมบาเบาที่พัดเอาผ้าม่านปลิวสะบัดทำให้แสงแดดลอดผ่านเข้ามาถึงเตียงนอนหลังใหญ่

ร่างที่ทอดยาวอยู่บนเตียงเริ่มขยับตัวเพื่อหลบให้พ้นจากแสงแดดที่เริ่มแผดกล้าขึ้นทุกที

จนในที่สุดนาฬิกาธรรมชาติเรือนใหญ่ก็ปลุกให้คนที่พยายามจะนอนให้นานที่สุดในเช้าวันนี้ตื่นเต็มตา..

โจคยูฮยอนสะบัดผ้าห่มออกจากร่างกาย ลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำผ่านไปครู่ใหญ่จึงกลับออกมา..

 

 

 

เมื่อลงมาถึงชั้นล่างของบ้านก็ต้องแปลกใจที่คุณแม่คนสวยกำลังพาว่าที่คู่หมั้นพร้อมกับเลขาส่วนตัวเดินเข้าบ้านมา

"คยูฮยอน ลงมาพอดี วันนี้แม่เชิญหนูชิอากิมาทานข้าวเช้าด้วยกัน ไปห้องอาหารกันเถอะ" ว่าจบคุณนายเธอก็จับจูงพาคุณหนูชิอากิเดินไปที่ห้องทานอาหาร

โจคยูฮยอนยิ้มให้คุณหนูคนสวยก่อนจะปรายตามองไปยังคุณบอดี้การ์ดส่วนตัวของคุณหนูที่เดินตามมา 

ฮาเซกาวา เคนอิจิ.. 

ร่างสูงใหญ่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าโจคยูฮยอน พร้อมกับส่งยิ้มบางๆมาให้ 

"ขอบคุณนะครับที่เมื่อคืนคุณคยูฮยอนไปส่งคุณซองมินแทนผม"

"คุณหนูโทร.หาผมอย่างที่คุณบอกจริงๆ ถ้าไม่ได้คุณผมอาจจะไปรับคุณหนูช้าไปแน่ๆ"

 

โจคยูฮยอนก้าวเข้าไปหาบอดี้การ์ดร่างสูง กดเสียงต่ำสะกดอารมณ์คุกกรุ่น

"ผมคิดว่าหน้าที่รับส่งคุณชิอากิยังเป็นของคุณตราบใดที่เธอยังไม่เปลี่ยนนามสกุล"

ร่างสูงยกยิ้มตามมารยาทให้กับบอดี้การ์ดหน้าเข้ม  แล้วจึงหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในบ้าน

แต่ก่อนที่จะพ้นห้องนั่งเล่นคุณหนูคนเล็กของตระกูลโจก็หันกลับมาเผชิญหน้ากับคุณบอดี้การ์ดอีกครั้ง..

 

 

"..ส่วนอีซองมิน  ผมจะดูแลเขาเอง" 

 

 

TO-B-CON

 

 

* เรื่องราวเริ่ม..เข้มข้น(เหรอ)

* อีซองมิน..น่ารักขึ้นทุกพาร์ท..นิสัยไม่ดีเลย    (ส่ายหน้า คริคริ)

*คุณเจ้าของร้านพูดเยอะขึ้นแล้ว...เนาะ ^^ (สงสัยจะได้ค่าตัวเพิ่ม)

* ร้านหนังสือหยุดทุกวันอังคาร..

*ขอบคุณทุกคนที่ติดตามมาจนถึงพาร์ทที่สามค่ะ

*ขอบคุณที่คอมเม้นให้อย่างดี(ปาดน้ำตาป้อยๆ) อ่านคอมเม้นของทุกคนแล้วรู้สึกหัวใจพองโต

*ฟิกอาจจะมาได้แค่อาทิตย์ละครั้ง ขอโทษที่ทำให้รอนานนะคะ

*รักคุณ^^

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โฮกกกกกกกกกกกกกกก

อยากโฮกอีกสามล้านรอบกลับความน่ารักของคุณลูกจ้าง ไม่ไหวแล้ววว

คุณเจ้าของร้านดูมีบทบาทเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังพูดน้อยเหมือนเดิมนะ ชิอากิออกมาแค่ 2 ตอน แต่นับคำพูดแล้วดูน่าจะมีเยอะกว่าคุณเจ้าของร้านสามตอนรวมกัน 555...

งือ...คุณเจ้าของร้านเค้าหวงล่ะ คุณบอดี้การ์ดอย่าเข้าใกล้ซองมินเยอะเลยนะคะ คริ...

#1 By ::.::Taraki::.:: on 2009-06-07 11:30

เคยสงสัยว่าทำไม อ่านฟิคของคุณซัน แล้วจะต้องอมยิ้มทุกที

ตอนนี้เราว่า เป็นเพราะเราชอบ อีซองมิน ในฟิคทุก ๆ เรื่องอ่ะคะ ซองมินที่ตัวอวบ ๆ ยิ้มสวย ๆ และชอบโมโหยามหิว XD อ่านแล้ว เหมือนได้อ่านเรื่องราวจริงๆ ของอีซองมินคนนี้เลยค่ะ

คุณเจ้าของร้าน ก็ยังคงคอนเซปท์ พูดน้อย ต่อยหนักได้เหมือนเดิม แต่การกระทำต่างๆ เริ่มแสดงออกชัดเจนขึ้นมาทีละนิด ทีละนิดแล้ว น่ารักจริง ๆ นะคุณเจ้าของร้าน :D

แต่ตอนนี้เริ่มสงสัยว่า จริงๆ แล้ว ชิอากิ ชอบคยูแน่เหรอ เหอ เหอ

ปล. เรียกคุณซัน แล้วมันดูเป็นทางการมากเลยเนะ sad smile

#2 By ~~~ D a B a D e E ~~~ on 2009-06-07 13:53